​วัยโจ๋ “Say No” to Drugs

         ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบและเป็นภัยต่อความมั่นคงของทุกประเทศ ถือเป็นปัญหาระดับชาติที่ทุกประเทศให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยมียุทธศาสตร์สำคัญ “พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด” พร้อมกำหนดนโยบาย และแผนป้องกันปราบปรามยาเสพติด เพื่อต่อสู้กับปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของยาเสพติดในแหล่งชุมชน ซึ่งในปัจจุบันรูปแบบปัญหาและความรุนแรงมีความซับซ้อนมากกว่าเดิม ตามการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการติดต่อสื่อสาร ส่งผลให้การเข้าถึงยาเสพติดนั้น ง่ายและสะดวกกว่าในอดีต โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นวัย คึกคะนอง อยากรู้ อยากลองสิ่งใหม่ อาจจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ขายได้ ประกอบกับสภาพสังคมปัจจุบันก็ไม่แกร่งพอที่จะเป็นเกราะป้องกันบุตรหลานให้ห่างไกลจากยาเสพติด จึงนับเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เด็กและเยาวชนตกเป็นทาสของยาเสพติดง่ายขึ้น รัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ออกมาตรการเร่งด่วนระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพลังชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และการ Re X-Ray ผู้เสพ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับไปเสพยาอีก เป็นต้น แต่ปัญหายาเสพติดก็ยังคงมีอยู่!!!  


       เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด (26 มิ.ย.) สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงเชิญชวนคิดเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด เพื่อร่วมกันรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดให้มากขึ้น โดยให้ใส่ใจในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีแนวโน้มใช้ยาเสพติดในอายุเฉลี่ยที่น้อยลงเรื่อยๆ สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2546 จากการสํารวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติด พบว่าในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีการปราบปราบยาเสพติดอย่างจริงจัง ประกอบกับผู้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ ทุกเวลาทำให้ประชาชนรับรู้และทราบปัญหาความรุนแรงของยาเสพติดมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ซึ่งผลการสำรวจพบว่า มีประชาชนกว่าร้อยละ 65 ให้ความเห็นว่ายังคงมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน เมื่อเทียบกับในอดีตเมื่อปี 2550 ที่มีประชาชนเพียงร้อยละ 25 ที่ระบุว่ามีปัญหา
 
          ​สำหรับการแพร่ระบาดยาเสพติดในโรงเรียน/สถานศึกษานั้น มีประชาชนประมาณร้อยละ 60 ที่ระบุว่ามีปัญหาการแพร่ระบาด นอกจากนี้ประชาชน ประมาณ 1 ใน 5 มีความเห็นว่าสามารถหาซื้อยาเสพติดในชุมชนได้ง่าย การเข้มงวดและการให้ความทุ่มเทในการแก้ปัญหายาเสพติดที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้เป็นหน้าที่เฝ้าระวังจากภาครัฐฝ่ายเดียวอาจจะยัง ไม่สามารถครอบคลุมการแก้ไขปัญหาได้ ทุกฝ่าย ควรร่วมมือร่วมใจ รณรงค์ให้ความรู้เรื่องพิษภัยและโทษของยาเสพติดแก่เด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ควรมีความรู้ความเข้าใจ เอาใจใส่ครอบครัว ให้ความรักความอบอุ่น และเป็นที่พึ่งให้คำปรึกษาแก่บุตรหลานเมื่อมีปัญหา ซึ่งจะเป็นกำแพงป้องกันภัยให้กับเด็กและเยาวชนห่างจากยาเสพติด พร้อมและกล้าที่จะพูด “ไม่” กับสิ่งเสพติดต่างๆ เพื่ออนาคตของเยาวชนและความมั่นคงของชาติ.....