เช็ค Stock 7 อาชีพเสรี AEC ปี 2558

         จประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economics Community) คงคุ้นหูและติดปากผู้คนในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากมีความคืบหน้าและตื่นตัวในการดำเนินการขึ้นมาก จนบางคนคิดว่า AEC คือ ประชาคมอาเซียน หรือ AC (ASEAN Community) แท้จริงแล้ว AEC เป็น 1 ใน 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน ส่วนอีก 2 เสา คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง (ASEAN Political-Security Community : APSC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม (ASEAN Socio Cultural Community : ASCC) AC เป็นการรวมตัวของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10 ประเทศให้เป็นประชาคมเดียวกัน ได้แก่ ไทย เวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน ซึ่งมีประชากรรวมประมาณ 600 ล้านคน
 
         การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 จะทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนมีอำนาจต่อรองด้านเศรษฐกิจในเวทีโลก และคาดหวังว่า AC จะมีศักยภาพการผลิตสูงขึ้น ตามหลัก Economies of Scale คือ ยิ่งผลิตมากต้นทุนก็จะยิ่งต่ำ และด้วยความแตกต่างของระบบเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ จะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ แรงงาน เงินทุน และการลงทุน เนื่องจากทรัพยากรบุคคลเป็นฐานสำคัญของการพัฒนา และเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในภูมิภาคโลก ประเด็นการเคลื่อนย้ายแรงงานจึงนำมาพิจารณาร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และได้มีการจัดทำข้อตกลงขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดคุณสมบัติของวิชาชีพที่สามารถเคลื่อนย้ายภายในอาเซียนได้อย่างเสรีและถูกกฎหมาย โดยในเบื้องต้นกำหนดไว้ 7 สาขาวิชาชีพ คือ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี และนักสำรวจ ซึ่งเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญตรีขึ้นไป เนื่องจากเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะสูงในการทำงาน ต้องสามารถแก้ไขปัญหาและตัดสินใจบนพื้นฐานความรู้เฉพาะสาขา
            เปิดบ้านสถิติฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ นำเสนอจำนวนผู้ประกอบวิชาชีพหรือแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ 7 สาขา ดังกล่าวข้างต้นของประเทศไทย โดยพิจารณา “อาชีพหลัก” จากข้อมูลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร พ.ศ. 2555 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งได้นิยาม”อาชีพหลัก” ว่าเป็นงานที่ใช้เวลาในการทำงานมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ข้อมูลที่ปรากฏในตารางอาจจะไม่ตรงกับข้อมูลจากการจดทะเบียนอาชีพของ แต่ละสาขาวิชาชีพ
          หากพิจารณาถึงโอกาสการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะสูงเหล่านี้ กลุ่มลูกจ้างเอกชนน่าจะเป็นกลุ่มที่จะมีโอกาสเคลื่อนย้ายแรงงานสูงกว่ากลุ่มอื่น ได้แก่ วิศวกร สถาปนิก และนักบัญชี ซึ่งมีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ประกอบอาชีพทั้ง 7 สาขาวิชาชีพ ปัจจัยผลักที่มีส่วนทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานปัจจัยหนึ่ง คือ วิศวกรบางส่วนยังว่างงานและกำลังหางานทำ ส่วนนักวิชาชีพด้านสาธารณสุข เช่น แพทย์ พยาบาล และทันตแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกจ้างรัฐบาลที่ดูเหมือนจะมีความมั่นคง แต่หากประเทศสมาชิกอีก 9 ประเทศในอาเซียนมีปัจจัยดึงดูดที่ดีกว่าโดยเฉพาะในเรื่องของค่าตอบแทน ก็จะมีโอกาสเคลื่อนย้ายแรงงานสูงด้วยเช่นกัน   ​อีกมุมมองหนึ่งสาขาวิชาชีพเหล่านี้ยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ดังนั้นการเคลื่อนย้ายแรงงานกลุ่มดังกล่าวน่าจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดึงดูดของประเทศปลายทาง อย่างไรก็ดี หากรัฐบาลไทย ไม่ต้องการให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานกลุ่มนี้ รัฐบาลควรมีนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อดึงดูดแรงงานเหล่านี้ไว้ในประเทศ เว้นเสียแต่ว่านโยบายหรือมาตรการต่างๆ จะกลายเป็นปัจจัยผลัก