แถลงข่าว “ทบทวนเศรษฐกิจ สังคมไทย ก่อนก้าวสู่ปีใหม่ ๒๕๖๑”

วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ แถลงข่าว “ทบทวนเศรษฐกิจ สังคมไทย ก่อนก้าวสู่ปีใหม่ ๒๕๖๑” ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น ๒ ฝั่งใต้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี กรุงเทพฯ​
               นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ มีภารกิจหลักๆ ด้วยกัน ๓ ด้าน คือ ด้านการผลิตข้อมูลสถิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ปีละ ๒๐-๓๐ โครงการ ด้านการให้บริการข้อมูลสถิติและสารสนเทศ ในยุคดิจิทัลการเข้าถึงข้อมูลสถิติได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น สำนักงานสถิติแห่งชาติได้จัดทำ “THAI STAT” Mobile Application และยังมีหลายช่องทางไว้ให้บริการ และด้านการบริหารจัดการระบบสถิติ เป็นการบูรณาการข้อมูลสถิติจากหน่วยงานภาครัฐ ๒๐ กระทรวง ๒๐๐ กรม เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันได้ สำหรับสถิตินั้นเกี่ยวข้องกับมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น การวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนักเด็กแรกเกิด และเก็บข้อมูลทุกเดือนเพื่อดูพัฒนาการของเด็กเมื่อเข้าโรงเรียน เก็บข้อมูลการเรียนในแต่ละวิชา เข้ามหาวิทยาลัยก็ต้องดูสถิติของคณะที่เลือก ในวัยทำงานก็ต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย เป็นต้น สำหรับเศรษฐกิจ สังคมไทย ก่อนก้าวสู่ปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้
 
                - โครงสร้างแรงงานไทย     
                 สถานการณ์ด้านแรงงานในปี ๒๕๖๐ มีผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงาน จำนวน ๓๘ ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้มีงานทำ ๓๗.๕๔ ล้านคน ผู้ว่างงาน ๔.๖๐ แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ ๑.๒ ผู้รอฤดูกาล ๒.๑๔ แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงาน ๑๗.๗๐ ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น การจ้างงานโดยรวม ลดลงร้อยละ ๐.๔ ซึ่งเป็นการจ้างงานภาคเกษตรกรรม ลดลงร้อยละ ๐.๒ (จาก ๑๑.๗๕ ล้านคน เป็น ๑๑.๗๓ ล้านคน) เนื่องจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปสู่นอกภาคเกษตรกรรมในช่วงภัยแล้งต่อเนื่องของปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ สำหรับปี ๒๕๖๐ ในหลายพื้นที่ประสบอุทกภัย ประกอบกับแรงงานส่วนหนึ่งออกจากกำลังแรงงานเนื่องจากเข้าสู่วัยสูงอายุและการทดแทนแรงงานใหม่ลดลง ส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมลดลง โดยการจ้างงานในอุตสาหกรรมลดลงจากภาคการผลิตและก่อสร้าง เนื่องจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ดี ถึงแม้ว่าตลาดแรงงานของประเทศจะมีอัตราการว่างงานที่น้อยก็ตาม แต่ยังมีคนอีกกลุ่มถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ที่มีงานทำก็จริง แต่มีชั่วโมงการทำงานน้อย คือ ทำงานไม่เกิน ๓๕ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีความต้องการที่จะทำงานเพิ่มอีกเพื่อหารายได้ให้เพียงพอในการเลี้ยงดูครอบครัว หรือเรียกว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับด้านชั่วโมงการทำงาน โดยปี ๒๕๖๐ มีจำนวน ๒.๕๖ แสนคน หรือร้อยละ ๐.๗ หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา จะพบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในทุกระดับมีจำนวนเพิ่มขึ้น และจากจำนวนผู้ว่างงาน ๔.๖๐ แสนคน เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน จำนวน ๒.๓๔ แสนคน และผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน จำนวน ๒.๒๖ แสนคน
 
               - รายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สินของครัวเรือน
                 จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ในช่วงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๖๐ จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ ค่าใช้จ่าย หนี้สิน และทรัพย์สินของครัวเรือน ตลอดจนลักษณะที่อยู่อาศัย พบว่าครัวเรือนไทยทั่วประเทศ มีรายได้เฉลี่ย ๒๖,๙๗๓ บาทต่อเดือน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ๒๑,๘๙๗ บาทต่อเดือน โดยรายได้และค่าใช้จ่ายของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเกือบทุกภาคและทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งอัตราการเพิ่มของรายได้ ร้อยละ ๐.๑ น้อยกว่าค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑.๗ ทำให้ในปี ๒๕๖๐ ครัวเรือนมีรายได้ส่วนหนึ่งเหลือเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้ และการออม จำนวน ๕,๐๗๖ บาทต่อเดือน และเมื่อเทียบหนี้สินต่อรายได้ของครัวเรือนในรอบ ๑๑ ปี (๒๕๕๐–๒๕๖๐) พบว่า หนี้สินต่อรายได้ในปี ๒๕๕๔ และ ๒๕๕๘ ต่ำสุดคือ ๕.๘ เท่า แล้วเพิ่มขึ้นเป็น ๖.๖ เท่าในปี ๒๕๖๐ โดยมีข้อสังเกตว่า ส่วนใหญ่ครัวเรือนใดที่มีรายได้สูง จะมีค่าใช้จ่ายและหนี้สินสูงตามเช่นเดียวกัน สำหรับหนี้นอกระบบของครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๔.๙ ในปี ๒๕๕๘ เป็นร้อยละ ๖.๒ ในปี ๒๕๖๐ และมีหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๓.๗ เป็นร้อยละ ๔.๖ ​
 
               - การออมภาคครัวเรือน
                 การออมของครัวเรือน คือ เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายที่จำเป็นในการยังชีพที่ครัวเรือนสามารถนำไปเก็บออมในรูปแบบต่างๆ โดยครัวเรือนมีรูปแบบในการออมหลายรูปแบบด้วยกัน ได้แก่ การออมไว้เป็นเงินสด เงินฝาก กองทุนต่างๆ หรือนำไปลงทุนเพื่อหวังกำไร สำหรับรายได้ ค่าใช้จ่าย และเงินออมของครัวเรือนไทย ปี ๒๕๕๐ ถึงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๖๐ พบว่า ครัวเรือนไทยมีรายได้และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ถึงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๖๐ ครัวเรือนไทยมีเงินออมลดลง จากปี ๒๕๕๖ ครัวเรือนไทยมีเงินออม ๖,๑๓๓ บาท/เดือน และลดลงเป็น ๕,๐๗๖ บาท/เดือน ในช่วงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๖๐ คิดเป็นสัดส่วนเงินออมต่อรายได้ ร้อยละ ๑๘.๘ หรือก็คือ ถ้ามีรายได้ ๑๐๐ บาท สามารถนำไปเก็บออมได้ประมาณ ๑๙ บาท อย่างไรก็ดี สัดส่วนเงินออมมีแนวโน้มลดลงจากปี ๒๕๕๘ ที่ร้อยละ ๒๑.๔
 
               - การมีการใช้ ICT ของครัวเรือน
                 แนวโน้มการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือของประชากรอายุ ๖ ปีขึ้นไปในช่วงระยะเวลา ๕ ปี ระหว่างปี ๒๕๕๖-๒๕๖๐ พบว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ลดลง จากร้อยละ ๓๕ เป็นร้อยละ ๓๐.๘ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๒๘.๙ เป็นร้อยละ ๕๒.๙ ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๗๓.๓ เป็นร้อยละ ๘๘.๒ และสำหรับการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือเป็นรายภาคพบว่า กรุงเทพมหานครมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ ๔๙.๒ ใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ ๗๔.๕ และโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ ๙๓.๕ รองลงมาคือภาคกลางมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ ๓๐.๑ ใช้อินเทอร์เน็ต ร้อยละ ๕๗.๙ และโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ ๘๙.๖ ภาคใต้ มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ ๒๗.๙ ใช้อินเทอร์เน็ต ร้อยละ ๕๒.๒ และโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ ๘๗.๑ ภาคเหนือ มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ ๒๗.๗ ใช้อินเทอร์เน็ต ร้อยละ ๔๕.๔ และโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ ๘๕.๓ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ ๒๖.๒ ใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ ๔๒.๕ และโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ ๘๖.๔
                   ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตค่อนข้างสูง ร้อยละ ๙๓.๗ ใช้ PC ร้อยละ ๔๕.๔ ใช้ Notebook ร้อยละ ๒๐.๘ และ Tablet ร้อยละ ๑๐.๒ ซึ่งประชากรกลุ่มอายุ ๑๕-๒๔ ปี มีการใช้อินเทอร์เน็ตสูงสุดที่สุด ร้อยละ ๘๙.๘ และส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่ใช้ Social Network ร้อยละ ๙๔.๐
 
               - ความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาลครบ ๓ ปี
                 ตามที่รัฐบาล นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบัน ได้เดินหน้าปฏิรูปประเทศ เพื่อวางรากฐานในการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน โดยมุ่งมั่นพร้อมขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ดี สำหรับผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ การดำเนินงานที่ผ่านมาของรัฐบาล ประชาชนสูงกว่าร้อยละ ๙๐ ทราบเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ประชาชนสูงกว่าร้อยละ ๕๐ มีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของรัฐบาลอยู่ในระดับ มาก-มากที่สุด และมีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานในภาพรวมของรัฐบาลอยู่ที่ ๗.๐๑ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน​
                 ทั้งนี้ ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการควบคุมสินค้าอุปโภค บริโภคไม่ให้มีราคาแพง อย่างเร่งด่วน และให้ข้อคิดเห็นว่าควรมีการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศให้ดีกว่านี้เป็นอันดับแรก พร้อมด้วยข้อเสนอแนะให้มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการบริหารงาน/นโยบายของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน อีกทั้งควรมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวดเร็ว และต่อเนื่อง รวมทั้งควรมีการทำงานเชิงรุก เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ​
 
                 - การให้บริการข้อมูลสถิติ และสารสนเทศ
                 สำนักงานสถิติแห่งชาติให้บริการข้อมูลสถิติแก่ผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ข้อมูลสถิติที่สำคัญที่ให้บริการนั้น ประกอบด้วย ข้อมูลที่สำนักงานสถิติแห่งชาติผลิตเอง ทั้งประเภทข้อมูลสถิติและข้อมูลระดับย่อย (Microdata) และยังมีข้อมูลสถิติที่รวบรวมมาจากหน่วยงานอื่นด้วย ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติได้รวบรวมอยู่เป็นประจำ โดยข้อมูลสถิติและสารสนเทศที่ให้บริการเผยแพร่อยู่ในรูปแบบของเอกสารรายงาน ตารางสถิติ ซีดีรอม ภูมิสารสนเทศสถิติ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ผู้รับบริการสามารถติดต่อด้วยตนเองที่สำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักงานสถิติจังหวัดทุกจังหวัด โทรศัพท์/โทรสาร เว็บไซต์ www.nso.go.th ไปรษณีย์ (จดหมาย) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล์ services@nso.go.th) และ Mobile Application​
                 การให้บริการข้อมูลสถิติในรูปแบบภูมิสารสนเทศสถิติผ่านระบบภูมิสารสนเทศสถิติ (NSO-GIS) เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานสนามเก็บรวบรวมข้อมูลและการนำเสนอข้อมูลด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า GIS (Geographic Information System) ซึ่งแต่เดิมเป็นการทำแผนที่อยู่ในรูปแบบกระดาษ ปัจจุบันได้พัฒนากระบวนการจัดทำเป็นแผนที่ดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งระบบ NSO-GIS นำเสนอข้อมูลจากการสำมะโนและสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยผู้สนใจสามารถเข้าใช้งานได้ที่เว็บ statgis.nso.go.th/d

 
                 สำนักงานสถิติแห่งชาติอยู่ระหว่างการจัดทำ Mobile Application มีชื่อเรียกว่า “THAI STAT” บนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เป็นการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลสถิติและตัวชี้วัดที่สำคัญของประเทศ และของจังหวัดต่างๆ นำเสนอข้อมูลสถิติ เช่น ประชากร แรงงาน รายได้และรายจ่ายของครัวเรือน การศึกษา เป็นต้น ในรูปแบบของกราฟ รายงาน และ Infographic ด้วยเมนูหลัก ๖ เมนู ประกอบด้วย ข้อมูลสำคัญ ข้อมูลจังหวัด Infographic ปฏิทินข้อมูล แนะนำการใช้งาน และติดต่อเรา โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบ จะพร้อมเปิดให้ download จาก Play store ภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๑

*********************************

 

 

นางกุลพรภัสร์ จิระประไพ, นายธนนท์ นวมเพชร

กลุ่มประชาสัมพันธ์   สำนักงานเลขานุการกรม

โทรศัพท์ ๐ ๒๑๔๑ ๗๔๘๕ โทรสาร ๐ ๒๑๔๓ ๘๑๓๑

 มั่นใจในสำนักงานสถิติแห่งชาติ รัฐและราษฎร์จะก้าวไปอย่างมั่นคง

สงวนสิทธิ์โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ : นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. 10210
โทรศัพท์ 0 2142-1234 โทรสาร 0 2143-8109 บริการข้อมูลโทร: 0 214-17500-03 email:services@nso.go.th|(Webmaster):misdg@nso.go.th

WCAG 2.0 (Level AA) W3C HTML5 W3C HTML5