สำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2556

     สำมะโนการเกษตรคืออะไร​


สำมะโนการเกษตรคืออะไร ?

​​สำมะโนการเกษตร หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตร โดยการสอบถามจากผู้ถือครองทำการเกษตรทุกคนทั่วประเทศ ณ วันสำมะโน 
เปรียบเสมือนการฉายภาพนิ่งของการเกษตรของประเทศไทย ณ วันสำมะโน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ณ วันสำมะโนประเทศไทยมีจำนวนเกษตรกรเท่าใด อยู่ที่ไหนบ้าง (จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน) มีลักษณะการทำการเกษตรเป็นอย่างไร (มีจำนวน เนื้อที่เท่าไร ทำอะไร ปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ อะไรบ้าง) มีการศึกษาระดับไหน มีรายได้หนี้สินเท่าใด เป็นต้น 
วันสำมะโน คือ วันที่  1  พฤษภาคม  2556 โดยกำหนดขึ้นเพื่อใช้อ้างอิงข้อมูล เช่น จำนวนบ้าน/ครัวเรือนเกษตร ลักษณะต่าง ๆ ของครัวเรือนเกษตรและการทำการเกษตร เป็นต้น

วันสำมะโน 
หมายถึง  วันที่  1  พฤษภาคม  2556 
กำหนดขึ้นเพื่อใช้อ้างอิงข้อมูล เช่น จำนวนบ้าน/ครัวเรือนเกษตร ลักษณะต่าง ๆ ของครัวเรือนเกษตรและการทำการเกษตร เป็นต้น

วัตถุประสงค์​
    1. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร ได้แก่ จำนวนผู้ถือครองและเนื้อที่ ถือครองทำการ
        เกษตร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด การทำนาเกลือสมุทร การใช้ประโยชน์ในที่ถือครอง การถือครอง
        ที่ดิน เนื้อที่เพาะปลูกพืช เนื้อที่ทำนาเกลือสมุทร และเนื้อที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด จำนวนการเลี้ยง
        ปศุสัตว์  การใช้ปุ๋ย การใช้เครื่องจักรเครื่องมือเพื่อการเกษตร และกำลังแรงงานที่ใช้ในการเกษตร เป็นต้น
    2. เพื่อให้มีข้อมูลดังกล่าวทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น สำหรับใช้ประกอบ การวางแผนพัฒนาในระดับ
        ​ประเทศและระดับท้องถิ่นต่อไป
    3. 
เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
    4. 
เพื่อหาครัวเรือนประมงน้ำจืด ครัวเรือนประมงทะเล และครัวเรือนเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (รวมเพาะพันธุ์)

ขอบข่าย
การทำการเกษตร หมายถึง การเพาะปลูกพืช การเลี้ยงปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด และการทำนาเกลือสมุทร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขาย  ดังต่อไปนี้
    1. การเพาะปลูกพืช   ได้แก่  การเพาะปลูกข้าว ยางพารา  พืชยืนต้น/ไม้ผลและสวนป่า  พืชไร่  พืชผัก/
       สมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ   ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์   การเพาะชำพันธุ์ไม้    การเพาะเห็ดและการเพาะเชื้อ
       เห็ด (รวม การเพาะปลูกข้าวเพื่อบริโภค)
    2. การเลี้ยงปศุสัตว์ (รวมการเพาะพันธุ์สัตว์)  ได้แก่  การเลี้ยงวัว  ควาย  หมู  แพะ  แกะ  ไก่  เป็ด  ห่าน  และ
        ไหม (รวม การเลี้ยงวัว/ควายเพื่อใช้งานเกษตร)
    3. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด   (รวมการเพาะฟักและ/หรืออนุบาลสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด)  ได้แก่  การ
        เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจำพวกปลา รวมปลาและสัตว์น้ำสวยงามอื่น ๆ กุ้ง  และสัตว์น้ำอื่น ๆ  เช่น  กบ 
        ตะพาบน้ำ  จระเข้น้ำจืด และปลาสวยงาม  เป็นต้น (รวม  สัตว์น้ำกร่อยที่นำมาเลี้ยงในพื้นที่น้ำจืดด้วย  เช่น 
        กุ้งกุลาดำ  ปลากะพง  เป็นต้น
    4. การทำนาเกลือสมุทร  ได้แก่ การทำนาเกลือ ในพื้นที่ 7 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี สมุทรสาคร
        ​สมุทรสงคราม เพชรบุรี และปัตตานี

ไม่รวม  
    1. การทำการเกษตรเพื่อการศึกษา  ทดลอง  การแข่งขัน  การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจ 
    2. การบริการทางการเกษตร เช่น การรับจ้างไถด้วยรถแทรกเตอร์ รับจ้างขุดบ่อ รับจ้างฟักไข่  รับจ้างผสมพันธุ์
        สัตว์ เป็นต้น

หมายเหตุ    ในการทำสำมะโนการเกษตรครั้งนี้ได้ผนวกข้อถามเกี่ยวกับการทำประมงน้ำจืด การทำประมงทะเล และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (รวมเพาะพันธุ์) เพิ่มไว้ในแบบนับจด    เพื่อให้กรมประมงนำไปใช้เป็นกรอบในการเลือกตัวอย่างสำหรับการสำรวจรายละเอียดต่อไป  ดังนี้ 
เฉพาะ  24 จังหวัด ชายทะเล คือ ตราด  จันทบุรี ระยอง ชลบุรี  ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร  สมุทรสงคราม  เพชรบุรี  ประจวบคีรีขันธ์สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ชุมพร  สุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช  พัทลุง  สงขลา  ปัตตานี นราธิวาส ระนอง  พังงา  ภูเก็ต  กระบี่  ตรัง  และสตูล

-  การทำประมงน้ำจืด  
-  การทำประมงทะเล               

 เฉพาะ  24 จังหวัด ชายทะเล คือ ตราด  จันทบุรี ระยอง ชลบุรี 
 ฉะเชิงเทรา  สมุทรสาคร  สมุทรสงคราม เพชรบุรี  ประจวบคีรีขันธ์ 
 สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ชุมพร  สุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช 
 พัทลุง  สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และ
 สตูล

-  การเพาะเลี้ยง​สัตว์น้ำ
   ชายฝั่ง
                          
       (รวมเพาะพันธุ์)   
                                                                                  

คุ้มรวม 
สำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2556 คือ ผู้ถือครองทำการเกษตรทุกคนในทุกท้องที่ทั่วประเทศทั้งในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล 

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม      
ข้อมูลเกี่ยวกับการทำการเกษตรของผู้ถือครอง ที่เก็บรวบรวม มีดังนี้

  1. ลักษณะการดำเนินงานและสถานภาพของผู้ถือครอง
  2. เนื้อที่ถือครองทำการเกษตร  จำแนกตามการใช้ประโยชน์ การถือครองและที่ตั้งของผืนที่ดิน
  3. การเลี้ยงปศุสัตว์
  4. ข้าว
  5. ยางพารา
  6. พืชยืนต้น  ไม้ผล  และสวนป่า
  7. พืชผัก  สมุนไพร  และไม้ดอกไม้ประดับ
  8. พืชไร่
  9. การทำนาเกลือสมุทร
  10. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด
  11. เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์การขนส่งเพื่อการเกษตร
  12. ปุ๋ยและการป้องกัน/กำจัดศัตรูพืช
  13. ลูกจ้างทำงานเกษตร
  14. สมาชิกในครัวเรือนผู้ถือครองและลักษณะการทำงาน
  15. การศึกษาและการเป็นสมาชิกองค์กรด้านการเกษตรของผู้ถือครอง
  16. รายได้และหนี้สินทางการเกษตรของครัวเรือนผู้ถือครอง

      หมายเหตุ;   ข้อ  1 - 10   ข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานหลักทางการเกษตร (สัมภาษณ์ผู้ถือครองทุกคน) 
ข้อ 11 - 16 ข้อมูลโครงสร้างทางการเกษตรอื่น (สัมภาษณ์ผู้ถือครองร้อยละ 25)

ประโยชน์ที่จะได้รับ 
ข้อมูลที่ได้จากการจัดทำสำมะโนการเกษตรนี้หน่วยงานต่าง ๆ  ทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษารวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ  สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดังนี้
1. ข้อมูลด้านการเกษตร
    1. ใช้ในการวางแผน  กำหนดนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจด้านการเกษตรในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น 
        และใช้ในการติดตามประเมินผลการพัฒนาประเทศในช่วงที่ผ่านมา
    2. ใช้ในการวิเคราะห์ศึกษาแนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลงด้านการเกษตร  และการเจริญเติบโตทาง
        เศรษฐกิจของประเทศ
    3. ใช้ศึกษาและประกอบการพิจารณา  ในการกำหนดนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรด้านที่ดินทำกิน
    4. ใช้กำหนดนโยบายการใช้ที่ดินให้เหมาะสมแก่การเพาะปลูกพืชแต่ละชนิด  ในสภาพของแต่ละท้องถิ่น  ให้มี
        ประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุด
    5. ข้อมูลของเกษตรกร  เช่น  เพศ อายุ  ลักษณะการทำงาน  รายได้และหนี้สินทางการเกษตร  การศึกษา  ของ
        ผู้ถือครอง  สามารถใช้วิเคราะห์โครงสร้างทางประชากรของเกษตรกรและฐานะของครัวเรือน  การพึ่งพิงราย
        ได้  เพื่อกำหนดนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยผู้ยากจน
    6. ข้อมูลด้านแรงงานในภาคเกษตรสามารถใช้ศึกษาการใช้แรงงาน  และการย้ายถิ่นจากชนบทสู่เมือง
    7. ข้อมูลที่ได้สามารถใช้เป็นกรอบในการเลือกตัวอย่าง (Sampling Frame)  สำหรับการสำรวจในรายละเอียด
        เกี่ยวกับการเกษตรต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    8. 
ใช้เป็นข้อมูลสำหรับการจัดทำบัญชีประชาชาติ  สาขาการเกษตร
    9. 
เป็นข้อมูลสำหรับนักวิชาการ  นักวิจัย  และผู้ที่สนใจนำไปศึกษาวิเคราะห์วิจัยด้านการเกษตร และด้านต่างๆ 
        ที่เกี่ยวข้อง                            

 2. ข้อมูลด้านการประมงน้ำจืด ประมงทะเล และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง  (รวมเพาะพันธุ์) 
สามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการจัดทำกรอบสำหรับการเลือกตัวอย่าง (Sampling Frame)  เพื่อสำรวจข้อมูลในรายละเอียดเกี่ยวกับการทำประมงน้ำจืด ประมงทะเล และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (รวมเพาะพันธุ์) ต่อไป

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
            การเก็บรวบรวมข้อมูลจะดำเนินการพร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยส่งเจ้าหน้าที่ประมาณ  20,000 คน ซึ่งประกอบด้วยพนักงานแจงนับ 17,000 คน และเจ้าหน้าที่วิชาการ 3,000 คน ออกไปสัมภาษณ์ผู้ถือครองทำการเกษตร/หัวหน้าครัวเรือนทุกครัวเรือน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการประกอบการเกษตร การทำประมงน้ำจืด การทำประมงทะเล และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (รวมเพาะพันธุ์) (การนับจด) ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการเลือกผู้ถือครองทำการเกษตรที่เข้าข่ายตามคุ้มรวม และทำการสัมภาษณ์รายละเอียดที่เข้าข่าย (การแจงนับ)

ระเบียบวิธีการทำสำมะโน 
การทำสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2556 จะมีการใช้วิธีการเลือกตัวอย่างร่วมด้วย ในการเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการทำการเกษตร โดยจะแบ่งข้อมูลที่จะเก็บรวบรวมออกเป็น 2 ส่วน คือ 
ส่วนที่ 1 (ข้อถามตอนที่ 1 – 10 ) เป็นข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานหลักทางการเกษตร จะทำการแจงนับแบบครบถ้วน
           (100%) คือทำการสัมภาษณ์ผู้ถือครองทำการเกษตรทุกคน
ส่วนที่ 2 (ข้อถามตอนที่ 11 – 16 ) เป็นข้อมูลโครงสร้างทางการเกษตรอื่น จะทำการแจงนับด้วยวิธีเลือกตัวอย่าง
           โดยทำการสัมภาษณ์ผู้ถือครองทำการเกษตรที่ตกตัวอย่าง ร้อยละ 25       

เวลาที่อ้างอิง
 
วันสำมะโน   หมายถึง  วันที่  1  พฤษภาคม  2556
ในรอบ  12  เดือนที่แล้ว  หมายถึง  วันที่  1 พฤษภาคม  2555  ถึง  30 เมษายน 2556


​​​ ​