สำมะโนประชากรและเคหะ

การปฎิบัติงานสนาม สปค - สำมะโนประชากรและเคหะ

สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2543​​

สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553

- แบบสอบถาม

- แบบสอบถาม [สปค.1] [สปค.2​]

​ระเบียบวิธีสำมะโน 2543 

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์
      การเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประชากรของประเทศไทย ในรูปของการทำสำมะโนประชากรได้จัดทำขึ้น เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2452 และต่อมาใน พ.ศ. 246​​2 2472 2480 และ 2490 ซึ่งทั้ง 5 ครั้งนี้จัดทำโดย กระทรวงมหาดไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติได้รับผิดชอบและดำเนินการจัดทำสำมะโนประชากรตั้งแต่ พ.ศ. 2503 และได้จัดสำมะโนทุกระยะ 10 ปี ตามอำนาจหน้าที่กำหนดในพระราช บัญญัติสถิติ พ.ศ. 2508 และตั้งแต่ พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา ได้มีการจัดทำสำมะโนเคหะไปพร้อมๆ กับการทำสำมะโนประชากรด้วย ดังนั้น การทำสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2543 จึงนับเป็นสำมะโนประชากรครั้งที่ 10 และเป็นสำมะโนประชากรและเคหะครั้งที่ 4 ของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทราบจำนวนและลักษณะ รายละเอียดของประชากร ประกอบด้วย   ลักษณะทางประชากร ทางเศรษฐกิจและทางสังคม ตลอดจนลักษณะในการอยู่อาศัยของประชากร เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

 
คุ้มรวม
   คุ้มรวมประชากร  ได้แก่
  1. คนไทยทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ในวันสำมะโน (1 เมษายน 2543)
  2. บุคคลที่มีสถานที่อยู่ปกติในประเทศไทย แต่ในวันสำมะโนได้ไปศึกษา ฝึกภาค ซ้อมรบ เดินเรือทะเล หรือไป  ต่างประเทศชั่วคราว
  3. ข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือน รวมทั้งคณะทูตของประเทศไทยพร้อมทั้งครอบครัวที่มีสำนักงานอยู่ใน        ต่างประเทศ
  4. บุคคลพลเรือนต่างด้าวที่มีสถานที่อยู่ปกติในประเทศไทย หรือบุคคลพลเรือนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ชั่วคราวเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปก่อนวันสำมะโน (ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2543)
คุ้มรวมเคหะ  ได้แก่  ที่อยู่อาศัยของครัวเรือนส่วนบุคคลทุกครัวเรือน  ที่อยู่ในขอบข่ายการแจงนับประชากร

 
 ระเบียบวิธีการทำสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2543
 สำนักงานสถิติแห่งชาติ  ได้นำระเบียบวิธีการเลือกตัวอย่างบางส่วนมาใช้ในการทำสำมะโน ดังนี้

 
 ครัวเรือนส่วนบุคคล   
 ทำการนับจดจำนวนครัวเรือนและประชากรพร้อมกับแจงนับไปด้วย  กล่าวคือ  ทำการแจงนับเฉพาะข้อมูลพื้นฐาน
 ประชากรทุกครัวเรือน  และเลือกครัวเรือนตัวอย่างร้อยละ 20  เพื่อแจงนับข้อมูลรายละเอียดของประชากรและเคหะ
 ไปพร้อมกัน

 
 ครัวเรือนกลุ่มบุคคล   
 ทำการนับจดและแจงนับครัวเรือน  แต่ทำการแจงนับเฉพาะข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลรายละเอียดของประชากร
 และไม่แจงนับข้อถามเคหะ

 
 รายการข้อมูลที่เก็บรวบรวม
    ข้อมูลเกี่ยวกับประชากร
  1. ภาษาที่ใช้พูดประจำในระหว่างสมาชิกของครัวเรือน
  2. ความเกี่ยวพันระหว่างสมาชิกในครัวเรือนกับหัวหน้าครัวเรือน
  3. เพศ
  4. อายุของสมาชิกในครัวเรือน
  5. ศาสนา
  6. สัญชาติ
  7. ชั้นที่กำลังเรียน
  8. การอ่านออกเขียนได้
  9. ชั้นการศึกษาสูงสุดที่เรียนจบ
  10. สถานภาพสมรส
  11. อาชีพหลักในรอบปีที่เล้ว
  12. ลักษณะงานหรือประเภทกิจการของสถานที่ทำงาน
  13. สถานภาพการทำงาน
  14. อาชีพในรอบสัปดาห์ก่อนวันสำมะโน การหางานทำ  และความพร้อมในการทำงานในรอบสัปดาห์
  15. จำนวนบุตรเกิดรอด (ที่มีชีวิต ที่ตาย) และจำนวนบุตรเกิดใหม่ในรอบปีที่แล้ว
  16. สถานที่เกิด
  17. ระยะเวลาการอยู่อาศัยในที่อยู่ปัจจุบัน
  18. ลักษณะการย้ายถิ่นและเหตุผลในการย้ายถิ่น ​
    ข้อมูลเกี่ยวกับเคหะ
  1. ประเภทของที่อยู่อาศัย
  2. ลักษณะของที่อยู่อาศัยของครัวเรือน
  3. การครอบครองที่อยู่อาศัย (ไม่รวมที่ดิน)
  4. การถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน
  5. การใช้เชื้อเพลิงในการประกอบอาหาร
  6. การใช้ส้วม
  7. แหล่งที่มาของน้ำดื่ม น้ำใช้
  8. เครื่องใช้ประเภทถาวรที่ครัวเรือนมีไว้ในครอบครอง
หมายเหตุ
 ข้อมูลพื้นฐานของประชากร ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับประชากร รายการที่ 1-13
 ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับ ประชากรและข้อมูลเคหะ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับประชากรและข้อมูลเกี่ยวกับเคหะ ทั้งหมด

 
คาบเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูล
 ปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลในเดือนเมษายน พ.ศ. 2543

 

การเสนอผลรายงาน ดังนี้

  1. รายงานผลเบื้องต้น  เพื่อแสดงจำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือนเป็นรายจังหวัด และอัตราเพิ่มของประชากรเฉลี่ยต่อปีระหว่าง พ.ศ. 2533-2543
  2. รายงานผลล่วงหน้า  เพื่อนำเสนอผลก่อนรายงานฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จ  โดยประมวลผลจากข้อมูลตัวอย่างประมาณร้อยละ 1 ของครัวเรือนทั้งหมด  แสดงข้อมูลในรูปตารางที่สำคัญในระดับภาคและทั่วราชอาณาจักร  
  3. รายงานผลสำมะโนประชากรและเคหะฉบับสมบูรณ์  เป็นรายงานในระดับจังหวัดทุกจังหวัด รวม 76 จังหวัด ระดับภาค 4 ภาค  และทั่วราชอาณาจักร
     รายงานผลเชิงวิเคราะห์  เพื่อเสนอลักษณะที่สำคัญของประชากรเฉพาะเรื่อง เช่น ลักษณะในทางเศรษฐกิจ       การย้ายถิ่น  ภาวะเจริญพันธุ์  และดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจและสังคม    

​ระเบียบวิธีสำมะโน 2553 

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์
     การเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประชากรของประเทศไทยในรูปของการทาสามะโนประชากรได้จัดทาขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2452 และต่อมาใน พ.ศ. 2462 2472 2480 และ 2490 ซึ่งทั้ง 5 ครั้งนี้จัดทาโดย กระทรวงมหาดไทย สานักงานสถิติแห่งชาติได้รับผิดชอบและดาเนินการจัดทาสามะโนประชากรตั้งแต่ พ.ศ. 2503 และได้จัดสามะโนทุกระยะ 10 ปี ตามอำนาจหน้าที่กำหนดในพระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2508 และตั้งแต่ พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา ได้มีการจัดทาสามะโนเคหะไปพร้อมๆ กับการทาสามะโนประชากรด้วย ดังนั้น การทาสามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2553 จึงนับเป็นสามะโนประชากรครั้งที่ 11 และเป็นสามะโนเคหะครั้งที่ 5 ของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทราบจานวนและลักษณะ รายละเอียดของประชากร ประกอบด้วย ลักษณะทางประชากร ทางเศรษฐกิจและทางสังคม ตลอดจนลักษณะในการอยู่อาศัยของประชากร เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
              
คุ้มรวม
   หมายถึง ขอบเขตของการทาสามะโนครั้งนี้ ที่กำหนดว่าประชากรคนใดและเคหะใด ที่จะถูกเก็บรวบรวมข้อมูล

คุ้มรวมประชากร ​

1. ประชากรที่อยู่ในคุ้มรวม ได้แก่

          • คนไทยทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในวันสามะโน
          • คนที่มีสถานที่อยู่ปกติในประเทศไทย แต่วันสามะโนไปต่างประเทศชั่วคราว (ไม่ได้ตั้งใจจะตั้งหลักแหล่ง)
          • เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนและทหาร รวมทั้งคณะทูตของประเทศไทย พร้อมทั้งครอบครัวซึ่งมีสานักงานอยู่ในต่างประเทศ
          • คนต่างชาติ/ต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปนับถึงวันสามะโน (มาอยู่ก่อนวันที่ 1 เมษายน 2553)

2. ประชากรที่ไม่อยู่ในคุ้มรวม ได้แก่                                           

          • เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนและทหาร รวมทั้งคณะทูตต่างประเทศ พร้อมทั้งครอบครัวซึ่งมีสานักงานอยู่ในประเทศไทย
          • คนต่างชาติ/ต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน นับถึงวันสามะโน
          • ผู้อพยพหรือผู้หลบหนีเข้าเมือง ซึ่งอยู่ในค่ายอพยพที่รัฐบาลกำหนด

คุ้มรวมเคหะ

ได้แก่ สถานที่ที่ใช้อยู่อาศัยจริงในประเทศไทยของประชากร ได้แก่ บ้าน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง เรือ แพ รถ ห้องภายในสานักงาน ที่สาธารณะ ใต้สะพาน ฯลฯ

ครัวเรือนส่วนบุคคล

ทาการนับจดจานวนครัวเรือนและประชากรพร้อมกับแจงนับไปด้วย โดยทาการแจงนับข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลรายละเอียดของประชากรและเคหะไปพร้อมกัน

ครัวเรือนกลุ่มบุคคล

ทาการนับจดและแจงนับครัวเรือน แต่ทาการแจงนับเฉพาะข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลรายละเอียดของประชากร ไม่แจงนับข้อถามเคหะ

รายการข้อมูลที่เก็บรวบรวม

ข้อมูลเกี่ยวกับประชากร

    1. ภาษาที่ใช้พูดประจาในระหว่างสมาชิกของครัวเรือน
    2. ความเกี่ยวพันระหว่างสมาชิกในครัวเรือนกับหัวหน้าครัวเรือน
    3. เพศ
    4. อายุของสมาชิกในครัวเรือน
    5. เดือน และปีเกิด
    6. ศาสนา
    7. สัญชาติ
    8. การมีชื่อในทะเบียนบ้าน
    9. ชั้นที่กาลังเรียน
    10. ชั้นสูงสุดที่เรียนจบ
    11. สถานที่ที่กาลังเรียน
    12. การอ่านออกเขียนได้
    13. จานวนบุตรที่ให้กาเนิดเองและมีชีวิตอยู่ขณะคลอด
    14. สถานภาพสมรส
    15. อาชีพหลักในรอบปีที่แล้ว
    16. ลักษณะงานหรือประเภทกิจการของสถานที่ทางาน
    17. สถานภาพการทางาน
    18. สถานที่ทางานในปัจจุบัน
    19. สถานที่เกิด
    20. ระยะเวลาการอยู่อาศัยในที่อยู่ปัจจุบัน
    21. ลักษณะการย้ายถิ่นและเหตุผลในการย้ายถิ่น
    22. ความพิการที่เห็นเด่นชัด​

ข้อมูลเกี่ยวกับเคหะ

    1. ประเภทของที่อยู่อาศัย
    2. ลักษณะของที่อยู่อาศัยของครัวเรือน
    3. การครอบครองที่อยู่อาศัย (ไม่รวมที่ดิน)
    4. ลักษณะการครอบครองที่ดิน
    5. จานวนห้องนอนและห้องอื่นๆที่ใช้นอน
    6. แสงสว่างที่ใช้ในครัวเรือน
    7. การใช้เชื้อเพลิงในการประกอบอาหาร
    8. การใช้ส้วม
    9. แหล่งที่มาของน้าดื่ม น้าใช้
    10. ​เครื่องใช้ประเภทถาวรที่ครัวเรือนมีไว้ในครอบครอง

คาบเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูล

ปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลในเดือนกันยายน พ.ศ. 2553

การเสนอผลรายงาน ดังนี้

  1. รายงานผลเบื้องต้น เพื่อแสดงจานวนประชากรและจานวนครัวเรือนเป็นรายจังหวัด และอัตราเพิ่มของประชากรเฉลี่ยต่อปีระหว่าง พ.ศ. 2543-2553
  2. รายงานผลล่วงหน้า เพื่อนาเสนอผลก่อนรายงานฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จ โดยประมวลผลจากข้อมูลตัวอย่างประมาณร้อยละ 1 ของครัวเรือนทั้งหมด แสดงข้อมูลในรูปตารางที่สาคัญในระดับภาคและทั่วราชอาณาจักร
  3. รายงานผลสามะโนประชากรและเคหะฉบับสมบูรณ์ เป็นรายงานในระดับจังหวัดทุกจังหวัด รวม 76 จังหวัด ระดับภาค 4 ภาค และทั่วราชอาณาจักร

รายงานผลเชิงวิเคราะห์ เพื่อเสนอลักษณะที่สาคัญของประชากรเฉพาะเรื่อง เช่น ลักษณะในทางเศรษฐกิจ ​ การย้ายถิ่น ภาวะเจริญพันธุ์ และดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจและสังคม ​

​​​​​
​ ​
​​​​ ความแตกต่างระหว่างวิธีสำมะ​​โน (Census) ​​และวิธีการทะเบียน (Registrat​​ion)​​ 2543​
​​ สำมะโนประชากรและเค​หะ​​​ ทะเบียนราษฎร
1. วัตถุประสงค์
     สำมะโนประชากรและเคหะจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ที่จะเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน และลักษณะ ของประชากรทุกคนในครัวเรือน และลักษณะของที่อยู่อาศัยของประชากรเหล่านั้น โดยจัดทำทุก ๆ 10 ปี เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและ ใช้กำหนดนโยบายในการบริหารและเพื่อสนอง ความต้องการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์วิจัยต่างๆ ตลอดจนใช้ในการคาดประมาณจำนวนประชากรในอนาคต ​​
1. วัตถุประสงค์
     ทะเบียนราษฏร์นั้นเป็นการจัดทำทะเบียนของประชาชนตามกฏหมาย เพื่อใช้ข้อมูลในการบริหารทะเบียนราษฎรนั้นเป็นการจัดทำทะเบียนของประชาชนตามกฎหมายเพื่อใช้ข้อมูลในการบริหารการปกครองท้องถิ่นมากกว่าจะใช้ประโยชน์ ในการวางแผนพัฒนาต่าง ๆ เนื่องจากมีรายละเอียดไม่เพียงพอ
​​​
2. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล                               
  1. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลประชากรทั่ว ประเทศ ณ สถานที่อยู่จริงในเวลาเดียกัน                            
  2. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจำแนกตาม "ครัวเรือน" ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้เป็นพื้นฐานใน การสำรวจและการวางแผนต่าง ๆ                              
  3. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์ ​
2. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล                              
  1. ​เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลประชากรตามที่อยู่ที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร                              
  2. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจำแนกตาม "บ้าน" หรือ "หลังคาเรือน"                              
  3. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากทะเบียนราษฎร โดยประชากรมีหน้าที่ไปแจ้ง ณ สำนักงาน ทะเบียนท้องถิ่น ตามที่กฎหมายกำหนด​
3. ข้อมูลที่ได้
     เป็นข้อมูลแสดงลักษณะรายละเอียดของประชากร ประกอบด้วย ลักษณะทางประชากร ทางเศรษฐกิจ และสังคม และลักษณะในการอยู่อาศัยของประชากร เช่น อายุ เพศ สถานภาพสมรส จำนวนบุตรเกิดรอด การศึกษา การย้ายถิ่น ศาสนา สถานที่เกิด การมีงานทำ อาชีพ อุตสาหกรรม สถานภาพการ ทำงาน ลักษณะที่อยู่อาศัย การเป็นเจ้าของที่อยู่ อาศัยและที่ดิน มาตรฐานความเป็นอยู่ของประชากร​
3. ข้อมูลที่ได้
     ข้อมูลจากทะเบียนราษฎร มีรายละเอียดเฉพาะ เพศ และอายุ​​
4. การนำเสนอข้อมูล
     สำมะโนประชากรสามารถเสนอผลได้ในระดับทั่วราชอาณาจักร ภาค จังหวัด อำเภอ และตำบล ใน รายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ ตามที่ได้กล่าวในข้อ 3​
4. การนำเสนอข้อมูล
     ทะเบียนราษฎรได้ออกรายงานผลแสดงจำนวน ประชากรในวันสิ้นปีในระดับเดียวกับการทำสำมะโน แต่จำแนกตามเพศ และอายุเท่านั้น​
5. ประโยชน์ที่ได้จากข้อมูล
  1. ข้อมูลที่รวบรวมมีรายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ  จึงสามารถนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
  2. นำไปใช้ในการวิจัยต่าง ๆ
  3. ใช้เป็นประชากรฐานในการคาดป​​​​ระมาณ ประชากรในอนาคต ซึ่งใช้ในการวางแผนระยะยาวและข้อมูลที่ได้จากการคาดประมาณนั้นจะใช้เป็นตัวคุมยอดจำนวนประชากรที่ได้จากการสำรวจต่างๆ ตามหลักวิชาการสถิติ
  4. บัญชีรายชื่อครัวเรือนและประชากรของประเทศที่ได้จากการทำสำมะโน นำมาใช้เป็นกรอบ ตัวอย่างในการทำสำรวจอื่น ๆ
  5. ใช้ในการวางแผนหรือกำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่น หรือแก้ไขปัญหาที่สำคัญ ๆ ด้วย​
5. ประโยชน์ที่ได้จากข้อมูล
     ใช้ข้อมูลสำหรับการบริหาร เช่น การเลือกตั้ง การจัดตั้งเขตการปกครองใหม่ การเกณฑ์ทหาร ฯลฯ ถ้าหากจะนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจหรือสังคม ของประเทศ หรือนำไปใช้ในการวิจัยจะไม่มีรายละเอียดเพียงพอ​​
​ความแตกต่างระหว่างวิธีสำมะ​​โน (Census) ​​แ​​ละวิธีการทะเบียน (Registrat​​ion)​​ ​2553
​​ สำมะโนประชากรและเค​หะ​​​ ทะเบียนราษฎร
1. วัตถุประสงค์
     สำมะโนประชากรและเคหะจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ที่จะเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน และลักษณะของประชากรทุกคนในครัวเรือนและลักษณะของที่อยู่อาศัยของประชากรเหล่านั้น โดยจัดทำทุก ๆ 10 ปี ของประเทศและเพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ใช้กาหนดนโยบายในการบริหารและเพื่อสนอง ความต้องการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์วิจัยต่างๆ ตลอดจนใช้ในการคาดประมาณจานวนประชากรในอนาคต​ ​​
1. วัตถุประสงค์
     ทะเบียนราษฏรนั้นเป็นการจัดทำทะเบียนของประชาชนตามกฎหมายเพื่อใช้ข้อมูล ในการบริหารการปกครองท้องถิ่นมากกว่าจะใช้ประโยชน์ ในการวางแผนพัฒนาต่าง ๆ เนื่องจากมีรายละเอียดไม่เพียงพอ​
​​​
2. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล                                
  1. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลประชากรทั่วประเทศ ณ สถานที่อยู่จริงในเวลาเดียวกัน
  2. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจำแนกตาม "ครัวเรือน" ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้เป็นพื้นฐานในการสารวจและการวางแผนต่าง ๆ
  3. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์​​
2. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล                              
  1. ​เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลประชากรตามที่อยู่ที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร
  2. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจำแนกตาม "บ้าน" หรือ "หลังคาเรือน"
  3. เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากทะเบียนราษฎร โดยประชากรมีหน้าที่ไปแจ้ง ณ สำนักงาน ทะเบียนท้องถิ่น ตามที่กฎหมายกำหนด​​
3. ข้อมูลที่ได้
     เป็นข้อมูลแสดงลักษณะรายละเอียดของประชากร ประกอบด้วย ลักษณะทางประชากร ทางเศรษฐกิจ และสังคม และลักษณะในการอยู่อาศัยของประชากร เช่น อายุ เพศ สถานภาพสมรส จำนวนบุตรเกิดรอด การศึกษา การย้ายถิ่น ศาสนา สถานที่เกิด การมีงานทำ อาชีพ อุตสาหกรรม สถานภาพการ ทำงาน ลักษณะที่อยู่อาศัย การเป็นเจ้าของที่อยู่ อาศัยและที่ดิน มาตรฐานความเป็นอยู่ของประชากร​
3. ข้อมูลที่ได้
     ข้อมูลจากทะเบียนราษฎร มีรายละเอียดเฉพาะ เพศ และอายุ​​
4. การนำเสนอข้อมูล
     สำมะโนประชากรสามารถเสนอผลได้ในระดับทั่วราชอาณาจักร ภาค จังหวัด อำเภอ และตำบล ใน รายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ ตามที่ได้กล่าวในข้อ 3​
4. การนำเสนอข้อมูล
     ทะเบียนราษฎรได้ออกรายงานผลแสดงจำนวน ประชากรในวันสิ้นปีในระดับเดียวกับการทำสำมะโน แต่จำแนกตามเพศ และอายุเท่านั้น​
5. ประโยชน์ที่ได้จากข้อมูล
  1. ​ข้อมูลที่รวบรวมมีรายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ  จึงสามารถนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ                               
  2. นำไปใช้ในการวิจัยต่าง ๆ
  3. ใช้เป็นประชากรฐานในการคาดป​​​​ระมาณ ประชากรในอนาคต ซึ่งใช้ในการวางแผนระยะยาวและข้อมูลที่ได้จากการคาดประมาณนั้นจะใช้เป็นตัวคุมยอดจำนวนประชากรที่ได้จากการสำรวจต่างๆ ตามหลักวิชาการสถิติ
  4. บัญชีรายชื่อครัวเรือนและประชากรของประเทศที่ได้จากการทำสำมะโน นำมาใช้เป็นกรอบ ตัวอย่างในการทำสำรวจอื่น ๆ
  5. ใช้ในการวางแผนหรือกำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่น หรือแก้ไขปัญหาที่สำคัญ ๆ ด้วย​
5. ประโยชน์ที่ได้จากข้อมูล
     ใช้ข้อมูลสำหรับการบริหาร เช่น การเลือกตั้ง การจัดตั้งเขตการปกครองใหม่ การเกณฑ์ทหาร ฯลฯ ถ้าหากจะนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจหรือสังคม ของประเทศ หรือนำไปใช้ในการวิจัยจะไม่มีรายละเอียดเพียงพอ