​สำมะโนประชากรและเคหะ

​​​   นานาสาระ ข้อมูลประชากร​

​​​สูงวัย.....ใยต้องกังวล

     การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สั​​งคม และเทคโนโลยี รวมถึงความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ ส่งผลทำให้ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น (ดูได้จาก อายุคาดเฉลี่ย (Life Expectancy) ที่สูงขึ้​น ) ประกอบกับการที่โครงสร้างประชากรของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยเป็นผลมาจากการเกิดที่ลดลง ซึ่งข้อมูลจากสำมะโนประชากรและเคหะในรอบ 2 ทศวรรษ หรือ 20 ปีที่ผ่านมาประเทศไทย มีประชากรวัยเด็กลดลงจากร้อยละ 38.3 ในปี 2523 เหลือเพียงร้อยละ 24.4 ในปี 2543 เท่านั้น ขณะที่ประชากรสูงวัยกลับมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันจากร้อยละ 5.5 ในปี 2523 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9.5 ในปี 2543 ​

     นอกจากแนวโน้มของสัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นแล้วยังมีตัวบ่งชี้อีกประการหนึ่งที่เน้นย้ำให้เห็นว่าสังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุแล้วนั่นก็คือการมี อายุมัธยฐาน (Median Age) สูงขึ้น ถ้าอายุมัธยฐานมีค่ามากแสดงว่าสังคมมีผู้สูงวัยมากขึ้น ซึ่งจากสำมะโนประชากรและเคหะ ในปี พ.ศ. 2533 พบว่าประชากรมีอายุมัธยฐาน 24.6 ปี และเพิ่มขึ้นเป็น 29.2 ปี ใน ปีพ.ศ.2543 ส่งผลทำให้สังคมไทยก้าวเข้าสู่ ​​สังคมสูงอายุ (Aging Society) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แผนภูมิ 1 ร้อยละของประชากร จำแนกตามอายุ พ.ศ. 2523 2533 และ 2543

 

ที่มา : สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2523 2533 และ 2543 สำนักงานสถิติแห่งชาติ​

      การที่สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุผลที่ตามมาคือผู้อยู่ในวัยแรงงานต้องรับภาระมากขึ้นในการเลี้ยงดูผู้สูงอายุ จากสำมะโนประชากรและเคหะ พบว่าอัตราส่วนเกื้อหนุนผู้สูงอายุ (Potential support ratio) มีแนวโน้มลดลง โดยปี 2523 ประเทศไทยมีอัตราส่วนเกื้อหนุนผู้สูงอายุเท่ากับ 10 คน และลดลงเหลือเพียง 7 คน ในปี 2543 แสดงว่าปี 2543 คนที่อยู่ในวัยแรงงานเพียง 7 คนต้องเลี้ยงดูผู้สูงอายุจำนวน 1 คน อัตราการเกื้อหนุนผู้สูงอายุที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้ เพราะถ้าคนในวัยแรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประเทศไม่เพียงพอ ย่อมจะมีผลกระทบต่อการจัดหาสวัสดิการต่างๆ ให้ผู้สูงอายุในอนาคตด้วยเช่นกัน​

​     การที่สังคมมีประชากรที่มีอายุยืนน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการเอาใจใส่ดูแลรักษาสุขภาพ  แต่ในทางเดียวกันทุกภาคส่วนต้องเตรียมก​ารณ์ล่วงหน้าให้พร้อมทุกด้าน โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขที่ต้องเตรียมการสำหรับผู้สูงอายุที่เปรียบเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง   หรือถ้าเปรียบเป็นเครื่องจักรก็คือเครื่องจักรที่ถูกใช้งานมานาน และควรเข้ารับการซ่อมแซม
     จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวการเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาทำงานร่วมกัน ทั้งด้านสาธารณสุข ต้องมีการวางแผนเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุ ในด้านสวัสดิการควรมีการจัดสรรสวัสดิการต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง และทั่วถึง เช่น การมีบัตรประจำตัวและการสงเคราะห์เบี้ยยั​งชีพ เป็นต้น ในทางเดียวกันครอบครัวก็มีความสำคัญมากในการให้ความรักและเอาใจใส่ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสามารถเริ่มได้เลยโดยไม่ต้องรอบริการจากภาครัฐ
     ในปี พ.ศ. 2553 สำนักงานสถิติแห่งชาติจะทำสำมะโนประชากรและเคหะอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ทราบข้อมูลของผู้สูงอายุที่เป็นปัจจุบันเพื่อการคาดการณ์ในอนาคต อันจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการวางแผนดำเนินการโครงการต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป​   ​