สำมะโนประชากรและเคหะ

     นานาสาระ ข้อมูลประชากร

อายุนั้นสำคัญไฉน

​​

อายุ (Age) หมายถึง ช่วงเวลาตั้งแต่วันเดือนปีที่เกิดจนถึงวันที่นับอายุ  สำหรับโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2553 กำหนดให้นับอายุเต็มปีถึงวันคล้ายวันเกิดครั้งสุดท้ายก่อนวันสำมะโน คือวันที่ 1 กรกฎาคม 2553
กลุ่มอายุ (Age Groups) หมายถึง ช่วงอายุหรือกลุ่มของอายุรายปี เช่น หมวดอายุ 5 ปี ประกอบด้วยประชากรอายุ 0 – 4 ปี, 5 – 9 ปี, และต่อไปเรื่อยๆ ช่วงละ 5 ปี โดยทั่วไป การวิเคราะห์ข้อมูลด้านประชากรไม่นิยมใช้อายุรายปี แต่จะใช้หมวดอายุ 5 ปี เป็นส่วนใหญ่

     สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะเรื่อง อาจจะใช้หมวดอายุที่แตกต่างไปจากนี้   เช่น การวิเคราะห์เรื่องเกี่ยวกับผู้สูงอายุ (Ageing Population) หรือการคำนวณอัตราการเป็นภาระ (Dependency Ratio) จะแบ่งหมวดอายุเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอายุ 0 – 14 ปี, 15 – 59 ปี และตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เป็นต้น        

รูปแบบของอายุ (Age Patterns) หมายถึง กระบวนการทางด้านประชากร (Population Process) เช่น การเกิด การตาย การย้ายถิ่น ที่มีรูปแบบแตกต่างกันไปตามอายุหรือตามวัย เช่น
  • การตายจะสูงในวัยทารกและวัยชรา
  • การเจริญพันธุ์ (Fertility) จะสูงสำหรับสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ (Reproductive Ages) โดยเฉพาะในกลุ่มอายุระหว่าง 20 – 29 ปี การเจริญพันธุ์จะสูงกว่าหมวดอายุอื่นๆ
  • การย้ายถิ่น จะสูงในกลุ่มอายุที่อยู่ในวัยรุ่น หรือวัยต้นๆของการทำงาน
การคาดประมาณประชากร (Population Projection) หมายถึง ส่วนประกอบของประชากรของประเทศ ที่จำแนกตามเพศและชายหญิงและหมวดอายุ (5 ปี)  ซึ่งมักจะแสดงในรูปปิรามิดประชากร (Population Pyramid)  หน่วยของประชากรที่แสดงในปิรามิดอาจจะใช้เป็นพันคน หรือล้านคน  รูปร่างของปิรามิดจะแสดงให้เห็นถึงผลสะสมของการเกิด การตายและการย้ายถิ่น  (ดูเรื่องปิรามิดประชากรประกอบ)
วัยทารก
วัยเด็ก
วันเรียน
วัยรุ่น
 
​​​​​​​     ตั้งแต่เกิดจนตาย อายุของคนต้องผ่านเข้าสู่วัยต่างๆ ตั้งแต่วัยทารกไปจนถึงวัยชรา ลองนึกดูว่าในแต่ละวัยอายุเกี่ยวข้องกับเราอย่างไรบ้าง  ในเรื่องเฉพาะตัวบุคล ในวัยทารกอายุหรือวัย บอกถึงพัฒนาการของร่างกายว่าเป็นไปตามปกติหรือไม่ เราคงเคยได้ยินพ่อแม่เด็กพูดว่า อายุเท่านี้แล้ว ทำไมฟันน้ำนมยังไม่ขึ้น ทำไมปากหนักไม่ยอมพูด ทำไมยังไม่ยอมเดิน ฯลฯ​
     ​เมื่อเติบโตขึ้น อายุบอกว่าถึงเวลาต้องเข้าโรงเรียนแล้ว อายุถึงกำหนดเกณฑ์ทหาร อายุถึงวัยมีคู่ได้แล้ว อายุขึ้นคานแล้ว อายุมากเกินกว่าจะมีลูก ตายตั้งแต่อายุยังน้อย ฯลฯ  ทุกสิ่งล้วนบอกด้วยอายุ ในเรื่องความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและสังคมรอบตัว อายุบอกอะไรบ้าง ยกตัวอย่างในวัยทารก ต้องใช้เครื่องอุปโภคบริโภค เช่น นม ผ้าอ้อม เสื้อเด็กอ่อน เปล รถเข็น ของเด็กเล่น จิปาถะ เมื่ออายุถึงกำหนด ก็ต้องไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเป็นระยะตามที่แพทย์นัด ถ้าพ่อแม่ต้องไปทำงาน ก็อาจต้องไปฝากเลี้ยงตามสถานรับเลี้ยงเด็ก เป็นต้น
     ​จะเห็นได้ว่า สิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับทารก นอกจากตัวบุคลหรือหน่วยงานที่รับเลี้ยงดูเด็กแล้ว ยังมีหน่วยงานภาครัฐ ที่ดูแลเรื่องหมอเรื่องยา มีโรงงานและร้านค้าที่ผลิตสินค้าและบริการ สำหรับวัยทารกสารพัดชนิด นี่แค่วัยแบบเบาะ ยังเรียกร้องหรือเลือกอะไรกับใครไม่ได้ ก็ยังมีความต้องการปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิตมากมายหลายสิ่ง แล้วถ้าหากรวมความต้องการของคนทุกวัยทุกอายุเข้าด้วยกันแล้ว จะต้องมีสินค้าและบริการหลากหลายประเภทขนาดไหน ไม่น่าเชื่อว่าความแตกต่างของอายุเพียงอย่างเดียว จะก่อให้เกิดสิ่งของและบริการ มาสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากมายมหาศาลอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
     หันมามองสถานการณ์ปัจจุบันรอบตัวเราบ้าง ว่ามีอะไรเกี่ยวข้องกับอายุอีก ระยะนี้ การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้บางคนถึงกับไม่อยากออกจากบ้าน เพราะกลัวว่าจะเสี่ยงกับการติดโรค หนึ่งในตัวกำหนด “กลุ่มเสี่ยง” ของผู้ที่จะติดโรคก็คือ อายุ  เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงวัยอายุ 65 ปีขึ้นไป ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะติดโรคสูงกว่าวัยอื่นๆ  ด้านสุขภาพอนามัย โรคยอดนิยมในปัจจุบัน เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นต้น  มีอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคสูงในกลุ่มผู้สูงอายุ นั่นคือ อายุมากโอกาสจะเป็นโรคก็จะสูงตามไปด้วย เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เริ่มถดถอยลงไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นกรณีเกิดโรคระบาดร้ายแรง และประชากรในกลุ่มเสี่ยงมีจำนวนมาก โอกาสที่โรคจะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และความสูญเสียที่จะเกิดตามมา ก็จะสูงตามไปด้วย
 
วัยทำงาน
 

 
 
วัยเจริญพันธ์
 
                 
                 
 
วัยชรา/วัยสูงอายุ
​​
​ ​​ ​​​ ​ ​

"ชุมชนของเรามีคนอายุ 60 ปีขึ้นไปไม่เกินยี่สิบคนพ่อสั่งซื้อไม้เท้ามาขายให้ใครตั้ง 100 อัน"

"เ​อาน่า! อีกซักสามสิบปี  คนในชุมชนก็ต้องแก่หมดทุกคนน่ะแหละ รวมทั้งแกด้วย"


 

     สรุปได้ว่าข้อมูลจำนวนประชากรมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชนสำหรับภาครัฐ ข้อมูลจำนวนประชากรและตัวชี้วัดที่จัดทำขึ้นจากข้อมูลเกี่ยวกับประชากร สามารถนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและมาตรการเกี่ยวกับประชากรให้เหมาะสมและเพียงพอ ทั้งในด้านการให้บริการสุขอนามัยแม่และเด็ก การจัดการศึกษา การจัดสวัสดิการด้านสังคมสำหรับประชากรวัยต่างๆ   นอกจากนี้ยังนำไปใช้เป็นฐานในการคำนวณการคาดประมาณประชากรในอนาคต  เพื่อวางแผนและกำหนดนโยบายระยะยาวของภาครํฐ ซึ่งมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง   เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการพัฒนาประเทศ   สำหรับภาคเอกชน ข้อมูลเกี่ยวกับประชากรตามกลุ่มอายุ จะชี้ให้เห็นว่ากลุ่ม “เป้าหมาย” หรือกลุ่มผู้ต้องการใช้สินค้าและบริการสำหรับแต่ละวัย มีจำนวนมากน้อยเพียงใด และอยู่ที่ไหนบ้าง สถานประกอบการจะได้วางแผนการผลิตและจำหน่ายให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ให้สินค้ามีมากจนล้นตลาด หรือน้อยเกินไปจนขาดตลาด เป็นต้น 
    เมื่อเห็นความสำคัญและประโยชน์ของข้อมูลอายุของประชากรแล้ว  จะหาข้อมูลจำนวนประชากรในแต่ละวัยหรือแต่ละกลุ่มอายุได้จากที่ไหน​​​​​​​​​​​​​

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

  หน้าถัดไป...​​

​​​​