ความยากจนแฝงของครัวเรือน พ.ศ. 2567
ความยากจนแฝงของครัวเรือน พ.ศ. 2567 103 1 ที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและ เหลื่อมล้ำของประเทศไทย ปี 2562, หน้าที่ 124 – 132 การจั ทำ�เส้นความยากจน 1 การศึกษาวิเคราะห์ประเด็นความยากจนในประเทศไทย เริ่มได้รับความสนใจใน วงวิชาการตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา โดยงานศึกษาที่ได้รับการกล่าวถึงและเป็นที่ยอมรับกัน โดยทั่วไป คืองานศึกษาของเอื้อย มีสุข ที่ทำร่วมกับธนาคารโลก โดยเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ของการพัฒนาตัวชี้้ัดความยากจน และเป็นเครื่องมือในการหาขนาดของความจน อย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าในระยะหลังวิธีการศึกษาดังกล่าวจะได้รับคำวิจารณ์ว่ายังมี ข้อบกพร่องอยู่หลายจุด แต่การพัฒนาตัวชี้้ัดในระยะต่อมาก็ยังคงยึดหลักการและแนวคิด ของธนาคารโลกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นการมีรายได้ที่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ในการบริโภคอาหารที่จำเป็นต่อการมีชีวิตรอด ต่อมามีผู้เสนอแนวคิดในการคำนวณ เส้นความยากจนใหม่ คือ ศ.ดร.เมธี ครองแก้ว และ Prof. Nanak Kakwani ร่วมกับสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงได้พัฒนาการคำนวณเส้นความ ยากจนใหม่ด้วยการเพิ่มเติมเทคนิคการคำนวณที่ละเอียดรอบคอบมากขึ้น จนกระทั่งในปี 2545 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภายใต้การให้คำปรึกษาของ Prof. Nanak Kakwani จึงได้มีการปรับปรุงแนวคิดในการคำนวณเส้นความยากจนแนวใหม่ โดยเป็นการคำนวณ เส้นความยากจนด้านอาหารและเส้นความยากจนในหมวดที่ไม่ใช่อาหารออกจากกันอย่าง ชัดเจน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการประหยัดจากขนาดของภายในครัวเรือน ซึ่งวิธีการ คำนวณเส้นความยากจนดังกล่าวจึงถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการจนถึงปัจจุบัน การจัดทำเส้นความยากจนเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาและจำแนก คนที่จนกับคนที่ไม่จนออกจากกันจะอาศัยแนวคิดพื้นฐานจากทฤษฎีีอรรถประโยชน์สูงสุด ของผู้บริโภค (Utility Theory) โดยเส้นความยากจนจะสะท้อนมาตรฐานการครองชีพขั้นต่ำ (minimum standard of living) ของสังคม สมมติให้มาตรฐานการครองชีพขั้นต่ำเท่ากับ 1. แนวคิดและเทคนิควิี การจัดทำ �เส้นความยากจนใ ม่ ิ ดิ คิี กั ด ำ �้ น่
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==