การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน
บทที่ 1 บทนำ 1.1 บริบทเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน 1.1.1 สภาวะเศรษฐกิจไทย ในช่วงทศวรรษที่ ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2559 – 2568) เศรษฐกิจไทยตกอยู่ ในสภาวะที่ มี ความเปราะบางและขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ เมื่ อพิจารณาตามแนวทางการวิ เคราะห์ของสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้เหตุการณ์วิกฤตการณ์ โควิด-19 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ในการแบ่งช่วงเวลาเพื่อประเมินเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน จำแนกเป็น 3 ช่วงเวลาสำคัญ ช่วงแรกคือ ระยะก่อนวิกฤต (ปี พ.ศ. 2559-2562) เศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 3.4 ต่อปี โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงในปี 2562 จากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ช่วงที่สองคือ ระยะวิกฤตการณ์โรคระบาด (ปี พ.ศ. 2563-2564) เมื่อการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( GDP) ในปี 2563 หดตัวรุนแรงถึงร้อยละ 6.1 วิกฤตการณ์ ดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคบริการและห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะมาตรการปิดประเทศ ( Lockdown) ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมมีการหดตัวลง เช่น ที่พักแรมและบริการด้านอาหารลดลง ร้อยละ 36.6 การผลิตลดลงร้อยละ 5.7 เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานในภาคการผลิต และภาคบริการที่ต้องเผชิญกับการลดชั่วโมงทำงานหรือการพักงานชั่วคราว ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบาง ของคุณภาพการจ้างงานในช่วงเวลาดังกล่าว ช่วงสุดท้ายคือ ระยะการฟื้นตัว (ปี พ.ศ. 2565-2568) เศรษฐกิจไทยเริ่มกลับมาขยายตัว ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปเฉลี่ ยร้ อยละ 2.3 – 2.8 ต่อปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้ นตัวของ ภาคการท่องเที่ยว แต่ยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากความผันผวนทางเศรษฐกิจแล้ว ประเทศไทยยังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ประชากร โดยเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ( Aged Society) ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบ ในระยะยาว จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2567 พบว่าประเทศไทยมีประชากรสูงวัย (อายุ 60 ปีขึ้นไป) จำนวน 14.16 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20.2 ของประชากรทั้งหมด นำไปสู่แนวโน้มการลดลงของประชากรวัยแรงงาน โดยเฉพาะจำนวนผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานรายใหม่ที่มีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ อุปทานแรงงานในภาพรวมของประเทศ 1.1.2 โครงสร้างประชากรและกำลังแรงงาน โครงสร้ างของกำลั งแรงงานกำลั งเผชิญกับความท้าทายจากการเข้าสู่ ภาวะสั งคมสู งวัย ( Aged Society) ข้อมูลสถิติย้อนหลังพบว่า อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 72.3 ในปี 2555 และมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 อยู่ที่ร้อยละ 68.8 เมื่อเข้าสู่ช่วง สถานการณ์โควิด-19 ในปี 2563 พบว่า อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานลดลงเหลือร้อยละ 67.8 แม้วิกฤตการณ์โรคระบาดได้คลี่คลายลงในเวลาต่อมา แต่ข้อมูลสถิติล่าสุดกลับชี้ให้เห็นว่า อัตราการมีส่วนร่วม ในกำลังแรงงานยังคงอยู่ในสภาวะชะลอตัวและไม่ได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เท่าก่อนการแพร่ระบาด โดยในปี
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==