การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน

17 ในการศึกษานี้ ใช้ข้อมูลชั่วโมงการทำงานจริงต่อสัปดาห์ของผู้มีงานทำในการวิเคราะห์ และนำมาใช้ จำแนกรูปแบบการทำงานออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การทำงานไม่เต็มเวลาและการทำงานเต็มเวลา โดย กำหนดให้การทำงานไม่เต็มเวลาหมายถึงการทำงานที่มีชั่วโมงการทำงานน้อยกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ การทำงานเต็มเวลาหมายถึงการทำงานตั้งแต่ 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ขึ้นไป การจำแนกดังกล่าวใช้เพื่อวิเคราะห์ ลักษณะการทำงานของผู้มีงานทำ ระดับการศึกษา หมายถึง ระดับการศึกษาสูงสุดที่บุคคลสำเร็จ ในการศึกษานี้ได้มีการจัดกลุ่ม ระดับการศึกษาโดยอ้างอิงการจัดระดับตามมาตรฐาน ISCED 97 (International Standard Classification of Education 97) และนำมาจัดกลุ่มใหม่เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ต่ำกว่า ประถมศึ กษา ประถมศึ กษาและมั ธยมศึ กษาตอนต้น มั ธยมศึ กษาตอนปลายและอาชี วศึกษา และ อุดมศึกษา โดยกลุ่มต่ำกว่าประถมศึกษา หมายถึง บุคคลที่ไม่มีการศึกษา หรือสำเร็จการศึกษาต่ำกว่าระดับ ประถมศึกษา กลุ่มประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น หมายถึง บุคคลที่สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา หมายถึง บุคคลที่สำเร็จกา รศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งสายสามัญและสายอาชีวศึกษา รวมถึงการศึกษาหลังมัธยมศึกษาที่ไม่ใช่ อุดมศึกษา กลุ่มอุดมศึกษา หมายถึง บุคคลที่สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี หรือสูงกว่าปริญญาตรี อัตราส่วนรายได้ หมายถึง อัตราส่วนของรายได้จากการทำงานของลูกจ้างระหว่างไตรมาสถัดไป เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยคำนวณจากผลรวมรายได้ของลูกจ้างในไตรมาสถัดไปหารด้วยผลรวมรายได้ ในไตรมาสก่อนหน้าของลูกจ้างที่สามารถติดตามข้อมูลได้ในสองไตรมาสติดต่อกัน ทั้งนี้ การคำนวณพิจารณา เฉพาะลูกจ้างที่มีงานทำและมีข้อมูลรายได้ในทั้งสองไตรมาสที่ติดกัน การเปลี่ยนแปลงของชั่วโมงการทำงาน หมายถึง ความแตกต่างของจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ ระหว่างไตรมาสถัดไปและไตรมาสก่อนหน้าของสมาชิกในครัวเรือนตัวอย่าง โดยคำนวณจากจำนวนชั่วโมงการทำงาน ในไตรมาสถัดไปลบด้วยจำนวนชั่วโมงการทำงานในไตรมาสก่อนหน้า และนำค่าความแตกต่างดังกล่าวมาคำนวณ ค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของชั่วโมงการทำงานระหว่างคู่ไตรมาส ทั้งนี้ พิจารณาเฉพาะ ผู้มีงานทำที่สามารถติดตามข้อมูลได้ในสองไตรมาสติดต่อกันและมีข้อมูลชั่วโมงการทำงานในทั้งสองไตรมาส 3.4 วิธีการวิเคราะห์ ข้อมูลแบบตัวอย่างซ้ำ หรือที่เรียกในทางวิชาการว่า " Panel Data" หรือ " Longitudinal Data" คือ การเก็บข้อมูลจากหน่วยตัวอย่างเดิม (เช่น ครัวเรือนเดิม คนเดิม) ซ้ำๆ กันหลายๆ ช่วงเวลา ดังนั้น ในการ วิเคราะห์่ panel data ขั้นตอนที่สำคัญ คือ การจัดเตรียมตัวอย่างที่ซ้ำกันจากแต่ละปีและละไตรมาส ให้เป็น ข้อมูลที่สามารถใช้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระหว่างไตรมาสได้ สำหรับการวิเคราะห์ในครั้งนี้ใช้โปรแกรม R ในการจัดเตรียมข้อมูลและการวิเคราะห์ทุกขั้นตอน วิธีการวิเคราะห์แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ 3.4.1 กระบวนการเตรียมและจัดการข้อมูล ( Data Cleaning Process) กระบวนการนี้เป็นการเตรียมข้อมูลด้วยภาษา R เพื่อจัดรูปแบบข้อมูลให้อยู่ในลักษณะที่ เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์ โดยเริ่มจากการนำเข้าข้อมูลดิบของแต่ละปีและไตรมาส จากนั้นมีการปรับ โครงสร้างตัวแปรและจัดรูปแบบข้อมูลให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลจากหลายช่วงเวลา มาประมวลผลได้อย่างถูกต้อง

RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==