การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน

20 3.4.3.3 การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของชั่วโมงการทำงาน การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของชั่วโมงการทำงาน ได้พิจารณาข้อมูลเฉพาะผู้มีงานทำ ในทั้งสองไตรมาส และมีข้อมูลจำนวนชั่วโมงการทำงานจริงในทั้งสองช่วงเวลา โดยในการศึกษาครั้งนี้จะใช้วิธี คำนวณความแตกต่างของจำนวนชั่วโมงการทำงานระหว่างไตรมาส เพื่อเปรียบเทียบชั่วโมงการทำงานข อง ผู้มีงานทำตัวอย่างในไตรมาสถัดไปกับชั่วโมงการทำงานของผู้มีงานทำตัวอย่างเดียวกันในไตรมาสก่อนหน้า โดย ขั้นตอนการวิเคราะห์ จะนำค่าความแตกต่างของจำนวนชั่วโมงการทำงานของผู้มีงานทำตัวอย่างระหว่าง สองไตรมาสแต่ละรายคูณกับค่าถ่วงน้ำหนักไตรมาสแรกของผู้มีงานทำตัวอย่างรายนั้น แล้วคำนวณผลรวมของ ค่าความแตกต่างของจำนวนชั่วโมงการทำงานของผู้มีงานทำทั้งหมดหารด้วยผลรวมของค่าน้ำหนักทั้งหมด ทั้งนี้ จำนวนชั่วโมงการทำงานคำนวณจากผลรวมของชั่วโมงการทำงานทุกอาชีพต่อสัปดาห์ของผู้มีงานทำ 3.4.3.4 การวิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านรูปแบบเวลาการทำงาน การศึกษารูปแบบการทำงานเต็มเวลาและการทำงานไม่ เต็มเวลา เพื่ อติดตาม การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบเวลาการทำงานของผู้มีงานทำคนเดียวกันในสองไตรมาสที่ต่อเนื่องกัน โดยจัดกลุ่ม ผู้มีงานทำออกเป็นสองประเภทตามนิยาม การวิเคราะห์จะพิจารณาการเปลี่ยนผ่านระหว่างรูปแบบการทำงาน ดังกล่าวในกลุ่มผู้มีงานทำที่มีงานทำต่อเนื่องสองไตรมาส โดยจำแนกผู้มีงานทำตามลักษณะการเปลี่ยนผ่าน ระหว่างสองสถานะ ได้แก่ การทำงานเต็มเวลาไปเป็นเต็มเวลา การทำงานเต็มเวลาไปเป็นไม่เต็มเวลา การทำงาน ไม่เต็มเวลาไปเป็นเต็มเวลา และการทำงานไม่เต็มเวลาไปเป็นไม่เต็มเวลา ทั้งนี้ จะคำนวณความแตกต่างของ จำนวนชั่วโมงการทำงานระหว่างไตรมาสของผู้มีงานทำแต่ละคน แล้วนำมาหาค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักภายในแต่ ละกลุ่มการเปลี่ยนผ่าน เพื่อสะท้อนขนาดของการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานของผู้มีงานทำที่มีงานทำ ต่อเนื่องสองไตรมาส 3.5 ประโยชน์ของการวิเคราะห์โดยใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบหมุนเวียน Hawley และ Wichitaksorn ( 2024) ชี้ ให้เห็นว่า วิธีการเลือกตัวอย่างแบบหมุนเวียน ช่วยให้ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลของบุคคลเดียวกันระหว่างไตรมาสของการสำรวจ ซึ่งมีความสำคัญต่อการศึกษา การเปลี่ยนผ่านในตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2545 ข้อมูลจากการสำรวจภาวะการทำงาน ของประชากรของประเทศไทยเป็นข้อมูลแบบภาคตัดขวาง โดยมีการสุ่ มตัวอย่ างแบบอิสระต่ อกัน ในแต่ละไตรมาส ทำให้ไม่สามารถติดตามข้อมูลของบุคคลเดิมในไตรมาสถัดไปได้ ส่งผลให้ไม่สามารถศึกษา การเปลี่ยนผ่านในตลาดแรงงานเมื่อเวลาผ่านไปได้ เช่น การว่างงานหรือการเปลี่ยนอาชีพ การนำวิ ธี การเลือกตัวอย่ างแบบหมุนเวียนมาใช้จะช่ วยแก้ ไขข้อจำกัดดั งกล่าว เนื่ องจาก ทำให้สามารถศึกษาการเปลี่ยนผ่านของสถานภาพกำลังแรงงานระหว่างไตรมาสได้ เช่น การเปลี่ยนจาก ผู้มีงานทำไปเป็นผู้ว่างงาน ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน หรือการเปลี่ยนจากผู้ว่างงานหรือผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน กลับมาเป็นผู้มีงานทำในไตรมาสถัดไป 3.6 ข้อจำกัดในการวิเคราะห์ 3.6.1 ด้านการถ่วงน้ำหนักในการวิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านระหว่างไตรมาส การศึกษานี้ ใช้ค่าถ่วงน้ำหนักแบบภาคตัดขวาง ( cross-sectional weights) ของแต่ละ ไตรมาสในการประมาณค่าการเปลี่ ยนผ่านของสถานภาพกำลัง แรงงานระหว่างสองไตรมาสติดต่อกัน

RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==