ความยากจนแฝงของครัวเรือน พ.ศ. 2567
ความยากจนแฝงของครัวเรือน พ.ศ. 2567 67 ตัวแบบ Binary Logistic Regression สามารถเขียนเป็นสมการ ได้ดังนี้ + 0.585 (ระดับการศึกษาสูงสุด) + 0.969 (การเข้าเรียน) + 0.464 (น้ำ �ดื่ม) + 0.334 (การสุขาภิบาล) + 0.450 (การกำ �จัดขยะ) + 0.298 (การใช้อินเทอร์เน็ต) + 0.623 (เครื่องปรับอากาศ) - 0.804 (ตู้เย็น) log [ ] P (ครัวเรือนยากจนแฝงด้านอาหาร (ประเภทที่ 2)) P (ครัวเรือนไม่ยากจนแฝง (ประเภทที่ 4)) = - 2.851 หรือเขียนสมการ โดยเรียงปัจจัยจากด้านบวกมากที่สุดไปยังด้านลบมากที่สุด ได้ดังนี้ log [ ] P ( ครัวเรือนยากจนแฝงด้านอาหาร (ประเภทที่ 2)) P (ครัวเรือนไม่ยากจนแฝง (ประเภทที่ 4)) = - 2.851 + 0.969 (การเข้าเรียน) + 0.623 (เครื่องปรับอากาศ) + 0.585 (ระดับการศึกษาสูงสุด) + 0.464 (น้ำ �ดื่ม) + 0.450 (การกำ �จัดขยะ) + 0.334 (การสุขาภิบาล) + 0.298 (การใช้อินเทอร์เน็ต) - 0.804 (ตู้เย็น) ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่่ีอิทธิพลต่อการเป็นครัวเรือนยากจนแฝงด้านอาหาร (ประเภทที่ 2) จากแบบจำลอง Binary Logistic Regression พบว่า ตัวแปรที่่ีนัยสำคัญ ทางสถิติสามารถจำแนกได้เป็น 3 ด้าน ได้แก่ การศึกษา ความเป็นอยู่ และการครอบครอง สินทรัพย์ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1 ด้านการศึกษา้ าึ ก ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า การศึกษาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่่ัมพันธ์กับการตกเป็น ครัวเรือนยากจนแฝงด้านอาหารอย่างชัดเจน กล่าวคือ ครัวเรือนที่่ีสมาชิกอายุ 17–59 ปี อย่างน้อย 1 คน ที่สำเร็จการศึกษาสูงสุดเพียงระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า มีโอกาสเป็น ครัวเรือนยากจนแฝงด้านอาหารสูงกว่าครัวเรือนอื่นประมาณ 1.80 เท่า ขณะที่ครัวเรือนที่ มีเด็กวัยเรียน (อายุ 6–15 ปี) อย่างน้อย 1 คน ที่ไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียน มีโอกาสตกเป็น ครัวเรือนยากจนแฝงด้านอาหารสูงกว่าถึง 2.63 เท่า ซึ่งนับเป็นปัจจัยที่่่งผลรุนแรงทีุ่่ดใน แบบจำลองนี้
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==