การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน
3 แม้นโยบายดังกล่าวจะมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการปรับค่าจ้างมีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับ บริบทเชิงพื้นที่ แต่ข้อมูลในช่วงปี 2562–2566 สะท้อนให้เห็นว่า รายได้ของแรงงานจำนวนมากยังไม่เพิ่มขึ้นใน อัตราที่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยแรงงานในภาคการผลิตและภาคบริการมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ย เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 46–47 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการเพิ่มรายได้ผ่านการทำงาน ที่ยาวนานขึ้น มากกว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพแรงงาน ในปัจจุบัน รัฐบาลได้ผลักดันนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำสู่ระดับ 400 บาททั่วประเทศ อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการปรับขึ้นนำร่องในกลุ่มธุรกิจการโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปในพื้นที่ท่องเที่ยว 10 จั งหวั ดเมื่ อปี 2567 และต่อมาคณะกรรมการค่ าจ้ างได้ เตรี ยมความพร้ อมผ่ าน(ร่ าง) ประกาศ คณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 เพื่อยกระดับฐานค่าจ้างขั้นต่ำให้ถึงเกณฑ์ 400 บาทในทุกประเภทกิจการ ทั่วประเทศ โดยมีแผนการบังคับใช้ภายในปี 2568 แม้เป้าหมายหลักจะมุ่งเน้นการบรรเทาภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้า งการจ้างงานหลังวิกฤตโควิด- 19 โดยเฉพาะ การขยายตั วของงานไม่ เต็ มเวลาและงานบนแพลตฟอร์ มดิ จิ ทั ล ยั งคงเป็นตั วแปรสำคัญที่ ทำให้ แรงงานจำนวนหนึ่งเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านชั่วโมงการทำงาน รายได้ และสวัสดิการ ซึ่ งนโยบาย ค่าจ้างขั้นต่ำแบบมาตรฐานยังอาจไม่ครอบคลุมทั่วถึง 1.1.4 นโยบายเกี่ยวกับ COVID-19 การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2563 หดตัวรุนแรงถึงร้อยละ 6.1 จากมาตรการปิดเมือง ( Lockdown) และการหยุดชะงักของภาคบริการ ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วน เพื่อประคองการจ้างงานในช่วงวิกฤตหลายรูปแบบ เช่น การลดเงินสมทบประกันสังคมและการจ่ายเงินชดเชย เหตุสุ ดวิ สั ย ซึ่ งเน้ นการเยี ยวยาระยะสั้ นเพื่ อรั กษาสภาพคล่ องและชะลอการเลิ กจ้ างในวงกว้ าง โครงการเราไม่ทิ้งกัน เพื่อช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ และมาตรการลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมเพื่อรักษา สภาพคล่องให้นายจ้างสามารถประคองการจ้างงานต่อไปได้ เป็นต้น วิกฤตการณ์นี้ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ของรูปแบบการทำงานอย่างฉับพลัน ทั้งการส่งเสริมการทำงานจากที่พักอาศัย ( Work from Home) และการ ปรับลดขนาดองค์กร สิ่งที่ทำให้ช่วงเวลานี้แตกต่างจากสภาวะปกติ คือ นายจ้างเลือกใช้กลยุทธ์การปรับลด ต้นทุนผ่านการลดค่าจ้างและลดชั่วโมงการทำงาน แทนการปลดพนักงานออก ผลกระทบของวิกฤตจึงไม่ได้ สะท้อนผ่านตัวเลขการว่างงานที่สูงเพียงอย่างเดียว แต่ปรากฏในรูปของการลดลงของรายได้ที่แท้จริงและ ชั่วโมงการทำงานที่หดตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานที่ยังคงทำงาน 1.2 ความสำคัญของการศึกษาการเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงาน ตลาดแรงงานในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 (COVID-19) และปัจจัยภายใน อย่างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย ( Aging Society) รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของแรงงาน ข้อมูลจากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 มีผู้ว่างงาน 0.31 ล้านคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.8 แม้อัตราการว่างงาน โดยรวมจะดูต่ำ แต่คุณภาพของการจ้างงานยังคงเป็นประเด็นที่สำคัญ โดยเฉพาะสัดส่วนของแรงงานนอกระบบ ที่ยังคงมีจำนวนมาก แรงงานกลุ่มนี้มักขาดความมั่นคงทางรายได้และสวัสดิการ โดยเฉพาะโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่ยังคงพึ่งพาภาคบริการและการท่องเที่ยวสูง เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ แรงงานจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==