การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน
9 2.1.2.4 ดุลยภาพในตลาดแรงงาน จากทฤษฎี ตลาดแข่ งขั นสมบู รณ์ ดุ ลยภาพของค่ าจ้ างและระดั บการจ้ างงาน (รวมถึงชั่วโมงการทำงาน) จะถูกกำหนด ณ จุดที่เส้นอุปสงค์และอุปทานตัดกัน อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากมีปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ อำนาจการต่อรอง ของสหภาพแรงงาน หรือความหนืดของค่าจ้าง ( Wage Rigidity) ที่ทำให้กลไกการกำหนดค่าจ้างมีความซับซ้อนและ ไม่ได้ปรับตัวเข้าสู่จุดสมดุลอย่างสมบูรณ์ 2.1.3 มิติของค่าจ้างและรูปแบบการตอบแทน ทฤษฎีค่าจ้างจำแนกความแตกต่างของผลตอบแทนออกเป็น 3 มิติหลัก คือ 2.1.3.1 ค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน ( Nominal Wage) ในทางเศรษฐศาสตร์ค่าจ้างที่เป็นตัวเงินเป็นตัวแปรสำคัญที่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่าเมื่อ เทียบกับราคาสินค้าโดยเฉพาะในระยะสั้น เนื่องจากถูกกำหนดด้วยสัญญาจ้างงาน หรือกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผ่านแบบจำลองปัจจัยการผลิตเฉพาะ ( Specific Factors Model) ค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน จะทำหน้าที่เป็นสัญญาณในการเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยแรงงานจะตัดสินใจย้ายจากภาคส่วนที่มีค่าจ้างตัวเงินต่ำไป ยังภาคอุตสาหกรรมที่เสนอค่าจ้างตัวเงินสูงกว่าเพื่อแสวงหารายได้ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้หมายถึงสวัสดิการของแรงงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องพิจารณาควบคู่กับค่าจ้างที่แท้จริง ( Real Wage) ซึ่งเป็นการนำค่าจ้างตัวเงินไปหารด้วยระดับราคาสินค้า หากอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างตัวเงิน ต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า แรงงานจะมีอำนาจซื้อลดลงแม้จะมีรายได้ที่เป็นตัวเลขสูงขึ้นก็ตาม 2.1.3.2 ค่าจ้างที่แท้จริง ( Real Wage) ตัวชี้วัดอำนาจซื้อของแรงงานที่แท้จริง โดยคำนวณจากการเปรียบเทียบระหว่างค่าจ้าง ที่เป็นตัวเงิน ( W) กับระดับราคาสินค้าและบริการ ( P) ผ่านสมการ W/P ซึ่งค่าจ้างที่แท้จริงนี้จะสะท้อนถึง มาตรฐานการครองชีพและปริมาณสินค้าที่แรงงานสามารถบริโภคได้จริง จึงมีความสำคัญในการวิเคราะห์ สวัสดิการทางเศรษฐกิจมากกว่าการดูเพียงตัวเลขรายได้ที่เป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว เมื่อราคาสินค้าใน ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลให้ความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นจนค่าจ้างที่เป็นตัวเงินปรับสูงตาม แต่ ในระยะสั้นการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างที่เป็นตัวเงินมักจะมีสัดส่วนที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า เนื่องจาก กฎการลดน้อยถอยลงของผลผลิตหน่วยสุดท้าย ( Diminishing Returns) ที่ระบุว่าการเพิ่มแรงงานเข้าสู่ ภาคส่วนที่มีปัจจัยเฉพาะคงที่ จะทำให้ผลิตภาพส่วนเพิ่มของแรงงานค่อย ๆ ลดลง นายจ้างจึงไม่สามารถขึ้น ค่าจ้างได้เท่ากับราคาสินค้าที่สูงขึ้น 2.1.3.3 ค่าจ้างที่ไม่ใช่ตัวเงิน ( Non-monetary Compensation) ผลตอบแทนที่แรงงานได้รับในรูปแบบของสินค้า สวัสดิการ หรือการอำนวยความสะดวก ทดแทนการจ่ายเงินสดโดยตรง เช่น การจัดหาที่พักอาศัย การจัดเลี้ยงอาหาร ยานพาหนะรับ-ส่ง หรือสิทธิประโยชน์ ในรูปแบบสวัสดิการอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกงานและการย้ายอุตสาหกรรม ของแรงงาน บทบาทสำคัญของค่าจ้างที่ไม่ใช่ตัวเงินสะท้อนผ่านการลดต้นทุนค่าครองชีพและเพิ่มอำนาจซื้อ ที่แท้จริงทางอ้อม เนื่องจากแรงงานไม่ต้องนำค่าจ้างที่เป็นตัวเงินไปจ่ายซื้อปัจจัยพื้นฐาน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ทำให้สวัสดิการรวมของแรงงานมีมูลค่าสูงกว่าที่เห็นเป็นจำนวนค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==