การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน

10 2.1.4 งานที่มีคุณค่า ( Decent Work) แนวคิดงานที่มีคุณค่า ( Decent Work) ถูกนำเสนอโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ( International Labour Organization: ILO) เพื่อเป็นกรอบเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของ ประชากรวัยทำงาน โดยนิยามถึงการมีงานทำที่ก่อให้เกิดผลิตภาพ มีรายได้ที่ยุติธรรม มีความมั่นคงใน สถานที่ทำงาน และมีการคุ้มครองทางสังคมสำหรับครอบครัว แนวคิดดังกล่าวประกอบด้วยกรอบการ ดำเนินงาน 4 เสาหลักที่สำคัญ ดังนี้ 1. การสร้างโอกาสในการจ้างงาน เน้นการส่งเสริมให้มีงานทำอย่างทั่วถึงและมีผลิตภาพ งานที่มีคุณค่าต้องเริ่มจากการที่บุคคลมีโอกาสเข้าถึงตลาดแรงงาน มีความมั่นคงในการครองงาน และ เป็นงานที่สร้างรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพของตนเองและครอบครัว เพื่อนำไปสู่การลดความยากจนและ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน 2. สิทธิในที่ทำงาน เน้นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานตามมาตรฐานแรงงาน ระหว่างประเทศ ได้แก่ เสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง การขจัดการบังคับใช้แรงงาน การยกเลิกแรงงานเด็ก และการขจัดการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน รวมถึงการมีสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อสุขอนามัย 3. การคุ้มครองทางสังคม การมีระบบหลักประกันที่ช่วยรองรับความเสี่ยงให้แก่แรงงานและ ครอบครัว ทั้งในด้านสุขภาพ การบาดเจ็บจากการทำงาน การว่างงาน การทุพพลภาพ และการเกษียณอายุ เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้และช่วยให้แรงงานสามารถปรับตัวได้เมื่อเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางเศรษ ฐกิจ หรือเหตุการณ์ไม่แน่นอน 4. การเจรจาต่อรองและการมีส่วนร่วม เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างตัวแทนภาครัฐ นายจ้าง และแรงงาน ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาและกำหนดนโยบายด้านแรงงาน การมีกลไกการเจรจาต่อรอง ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดข้อพิพาทแรงงาน สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน และช่วยให้การกำหนดค่าจ้าง หรือเงื่อนไขการทำงานเป็นไปอย่างเป็นธรรม 2.2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.2.1 การเคลื่อนย้ายแรงงานและแบบจำลองปัจจัยการผลิตเฉพาะ ( Specific Factors Model) ในสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่น การขยายตัวของภาคการผลิต และ การหดตัวของภาคเกษตรกรรม กระบวนการเคลื่อนย้ายแรงงานถือเป็นกลไกสำคัญในการปรับสมดุลของระบบ เศรษฐกิจ ตามคำจัดความของแบบจำลองปัจจัยการผลิตเฉพาะ ( Specific Factors Model : Ricardo-Vinor model) แรงงานถูกกำหนดให้เป็นปัจจัยการผลิตที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ระหว่างอุตสาหกรรม ( Mobile Factor) ในขณะที่ปัจจัยการผลิตอื่น ๆ เช่น ที่ดินหรือเครื่องจักร ถูกกำหนดให้เป็นปัจจัยเฉพาะ ( Specific Factors) เมื่อ ภาคอุตสาหกรรมหนึ่งมีการขยายตัวเนื่องจากความต้องการสินค้าเพิ่มสูงขึ้น อุปสงค์แรงงานในภาคอุตสาหกรรมนั้น จะปรับตัวสูงขึ้นตาม ส่งผลให้เกิดการดึงดูดแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมอื่นที่กำลังหดตัว อย่างไรก็ตามในระยะสั้น การเคลื่อนย้ายนี้มักไม่เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์เนื่องจากข้อจำกัดด้านทักษะเฉพาะด้าน ( Specific Skills) ที่แรงงานต้อง ใช้เวลาในการเรียนรู้และปรับตัว ความไม่สมบูรณ์ของการเคลื่อนย้ายแรงงานนำไปสู่ภาวะความแตกต่างของค่าจ้าง ระหว่างภาคอุตสาหกรรม โดยแรงงานในสาขาที่ขยายตัวจะได้รับส่วนต่างค่าจ้างที่สูงกว่าเพื่อชดเชยกับผลิตภาพ ที่เพิ่มขึ้นและความต้องการที่เร่งด่วน

RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==