การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน
26 เปลี่ยนไปยังสถานะอื่นในระดับที่สูงกว่า แสดงให้เห็นว่าผู้ว่างงานมีความผันผวนในการเปลี่ยนแปลงสถานะ ระหว่างไตรมาสมากที่สุดเมื่อเทียบกับสถานะอื่น ๆ 4.2 การวิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านรายได้ของลูกจ้าง การศึกษาพลวัตของรายได้ระหว่างไตรมาส ในช่วงปี 2559 – 2568 จะเป็นการวิเคราะห์การเปลี่ยนผ่าน ระดับรายได้ของลูกจ้างที่มีงานทำต่อเนื่องระหว่างสองไตรมาสติดต่อกัน ( Employed to Employed) โดยใช้ อัตราส่วนรายได้ระหว่างไตรมาสถัดไปต่อไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนทั้งทิศทางและขนาดของการปรับรายได้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างไตรมาส ในการศึกษานี้จะพิจารณาเฉพาะลูกจ้างในกลุ่มที่เป็นผู้มีงานทำทั้งสองไตรมาสติดต่อกัน เพื่อลด ผลกระทบจากการเข้า - ออกของตลาดแรงงาน และทำให้การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้สะท้อนการปรับระดับ รายได้ระหว่างไตรมาส วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่ารายได้ของลูกจ้างมีการปรับเพิ่มหรือลดลงมากน้อยเพียงใดในแต่ละ คู่ไตรมาส และมีความผันผวนในระดับใด สำหรับอัตราส่วนรายได้ที่มีค่ามากกว่า 1 หมายถึงรายได้เฉลี่ยใน ไตรมาสถัดไปสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตราส่วนรายได้ต่ำกว่า 1 หมายถึงรายได้เฉลี่ยในไตรมาสถัดไป ลดลงต่ำกว่าไตรมาสแรก การพิจารณาอัตราส่วนรายได้ดังกล่าวตลอดช่วงปี 2559 – 2568 ทำให้เห็นทั้งแนวโน้ม โดยรวมของการปรับระดับรายได้ และช่วงเวลาที่ เกิดความผันผวนผิดปกติ ซึ่ งอาจเชื่ อมโยงกับปัจจัย ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 4.2.1 การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้ของลูกจ้างระหว่างไตรมาส ผลการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงรายได้ในกลุ่มลูกจ้างที่มีงานทำต่อเนื่องระหว่างสองไตรมาส ติดต่อกัน พบว่า ตลอดช่วงปี 2559–2568 อัตราส่วนรายได้ระหว่างไตรมาสมีค่ามากกว่า 1 เกือบทุกคู่ไตรมาส สะท้อนว่ารายได้ส่วนใหญ่ในไตรมาสถัดไปสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า ในช่วงก่อนปี 2563 อัตราส่วนรายได้ ระหว่างไตรมาสของลูกจ้างที่มีงานทำต่อเนื่องอยู่ ในระดับค่อนข้างสูง โดยส่วนใหญ่อยู่ ในช่วงประมาณ 1.04–1.07 ซึ่งหมายความว่าลูกจ้างมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 4–6 ต่อการเปลี่ยนผ่านหนึ่งคู่ไตรมาส โดยบางคู่ไตรมาสมีค่าสูงกว่าช่วงดังกล่าวเล็กน้อย และลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายคู่ไตรมาส ติดต่อกัน แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีความสม่ำเสมอและมีขนาดค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับช่วงหลัง
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==