การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน

35 มักเกิดขึ้นระหว่างระดับที่อยู่ใกล้กัน ผู้มีงานทำที่อยู่ในกลุ่มรายได้ระดับต่ำมักเปลี่ยนไปอยู่ในระดับกลาง มากกว่าการเปลี่ยนไปสู่ระดับสูง และผู้มีงานทำที่อยู่ในระดับกลางมักเปลี่ยนขึ้นไปสู่ระดับสูงหรือปรับลงสู่ ระดับต่ำ มากกว่าการเปลี่ยนจากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุดภายในคู่ไตรมาส นั้น ๆ ลักษณะดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนตำแหน่งในโครงสร้างรายได้ระหว่างสองไตรมาสมักเป็นการเปลี่ยนไปสู่ระดับ ที่สูงขึ้นหรือลดลงเพียงหนึ่งระดับในแต่ละครั้ง อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงจำนวน ชั่วโมงการทำงานของผู้มีงานทำ ซึ่งผู้มีงานทำที่อยู่ในกลุ่มรายได้เดียวกันอาจมีจำนวนชั่วโมงการทำงานแตกต่าง กัน และในบางกรณี ชั่วโมงการทำงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงแม้ว่าตำแหน่งในโครงสร้าง รายได้จะไม่มีการ เปลี่ยนก็ตาม ดังนั้น การพิจารณาชั่วโมงการทำงานจึงช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอีกมิติหนึ่งของการจ้างงาน ในส่วนถัดไปจะวิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านของชั่วโมงการทำงานในกลุ่มผู้มีงานทำที่มีงานทำต่อเนื่อง สองไตรมาส โดยใช้การเปลี่ยนแปลงของจำนวนชั่วโมงการทำงานระหว่างไตรมาสถัดไปและไตรมาสก่อนหน้า เพื่อสะท้อนทั้งทิศทางและขนาดของการเปลี่ยนแปลง โดยค่าที่เป็นบวกหมายถึงจำนวนชั่วโมงการทำงาน เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าที่ เป็นลบหมายถึงจำนวนชั่วโมงการทำงานลดลง การวิเคราะห์นี้ทำให้เห็นว่าภายใต้ สถานะการมีงานทำต่อเนื่องนั้น ชั่วโมงการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใดในแต่ละคู่ไตรมาส 4.4.1 การเปลี่ยนผ่านด้านชั่วโมงการทำงานของผู้มีงานทำระหว่างไตรมาส ผลการวิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านของชั่วโมงการทำงานในกลุ่มผู้มีงานทำต่อเนื่องระหว่าง สองไตรมาสที่ติดกัน พบว่า ตลอดช่วงปี 2559–2568 การเปลี่ ยนแปลงของจำนวนชั่ วโมงการทำงาน มีความผันผวน โดยการเปลี่ยนแปลงมีค่าเป็นบวกในหลายคู่ไตรมาส สะท้อนว่าจำนวนชั่วโมงการทำงาน ของผู้มีงานทำมีการปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสหนึ่งไปยังไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม พบว่ามีบางคู่ไตรมาส ที่ค่าดังกล่าวมีค่าน้อยกว่าศูนย์ ซึ่งแสดงถึงการลดลงของจำนวนชั่วโมงการทำงานในคู่ไตรมาสนั้นๆ ความแตกต่างของชั่วโมงการทำงานของผู้มีงานทำระหว่างไตรมาส ปี 2559-2568

RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==