การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน

44 ในปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด- 19 พบว่าการเปลี่ยนแปลงของจำนวนชั่วโมง การทำงานมีความผันผวนสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานระหว่างเต็มเวลาและ ไม่เต็มเวลา สะท้อนถึงผลกระทบและการปรับตัวของรูปแบบการทำงานของผู้มีงานทำในช่วงสถานการณ์ โควิด- 19 4.5.2 การเปลี่ยนผ่านรูปแบบการทำงานเต็มเวลาและไม่เต็มเวลาของผู้มีงานทำระหว่างไตรมาส จำแนกตามเพศ เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการทำงานเต็มเวลาและไม่เต็มเวลาจำแนกตามเพศ พบว่า ผู้ มีงานทำชายและหญิงมีรูปแบบการเปลี่ ยนแปลงของจำนวนชั่ วโมงการทำงานที่ ใกล้เคียงกัน ในทุกลักษณะของการเปลี่ยนผ่าน โดยกลุ่มที่ยังคงทำงานเต็มเวลาในทั้งสองไตรมาส มีการเปลี่ยนแปลงของ จำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยอยู่ใกล้ศูนย์ตลอดช่วงเวลาที่ศึกษา สะท้อนว่าผู้มีงานทำทั้งชายและหญิงที่ยังคง ทำงานเต็มเวลามีจำนวนชั่วโมงการทำงานค่อนข้างคงที่ระหว่างไตรมาส เช่น ในปี 2560 คู่ไตรมาสที่ 1 และ ไตรมาสที่ 2 ผู้มีงานทำชายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 0.42 ชั่วโมง และผู้มีงานทำหญิงอยู่ที่ 0.25 ชั่วโมง ขณะที่ ในปี 2568 คู่ไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ -0.10 ชั่วโมง และ -0.12 ชั่วโมง ตามลำดับ การเปลี่ยนแปลงของจำนวนชั่วโมงการทำงานตามรูปแบบการทำงานของผู้มีงานทำระหว่างไตรมาส ปี 2559–2568 จำแนกตามเพศ ขณะที่กลุ่มผู้มีงานทำที่เปลี่ยนจากการทำงานเต็มเวลาไปเป็นไม่เต็มเวลา ทั้งชายและหญิง มีการเปลี่ยนแปลงของจำนวนชั่วโมงการทำงานในทิศทางลบตลอดช่วงเวลาที่ศึกษา โดยส่วนใหญ่มีค่าประมาณ - 16 ถึง - 22 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เช่น ในปี 2563 คู่ไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ผู้มีงานทำชายมีการเปลี่ยนแปลง อยู่ที่ - 26.64 ชั่วโมง และผู้มีงานทำหญิงอยู่ที่ - 27.62 ชั่วโมง ซึ่งลดลงในระดับที่สูงกว่าช่วงเวลาอื่น สะท้อนถึง การลดลงของจำนวนชั่วโมงการทำงานอย่างมากของผู้มีงานทำที่เปลี่ยนจากการทำงานเต็มเวลาไปเป็น ไม่เต็มเวลาในช่วงสถานการณ์โควิด- 19 กลุ่มผู้มีงานทำที่เปลี่ยนจากการทำงานไม่เต็มเวลาไปเป็นเต็มเวลา มีการเปลี่ยนแปลงของ จำนวนชั่ วโมงการทำงานในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่ องทั้ งในผู้ มีงานทำชายและหญิง โดยส่วนใหญ่มีค่า อยู่ประมาณ 16 ถึง 23 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เช่น ในปี 2559 คู่ไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ผู้มีงานทำชาย

RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==