การเปลี่ยนผ่านด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน

45 มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 22.72 ชั่วโมง และผู้มีงานทำหญิงอยู่ที่ 21.77 ชั่วโมง ขณะที่ในปี 2563 คู่ไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 มีการเปลี่ ยนแปลงเพิ่ มขึ้ นสูงกว่าปกติ โดยผู้ มีงานทำชายอยู่ ที่ 26.03 ชั่ วโมง และ ผู้ มีงานทำหญิงอยู่ ที่ 26.60 ชั่ วโมง สะท้อนถึงการกลับเข้าสู่ การทำงานเต็มเวลาและการเพิ่ มขึ้ นของ จำนวนชั่วโมงการทำงานภายหลังช่วงการปรับตัวของตลาดแรงงานในสถานการณ์โควิด- 19 ในส่วนของกลุ่มผู้มีงานทำที่ยังคงทำงานไม่เต็มเวลาในทั้งสองไตรมาส มีการเปลี่ยนแปลงของ จำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยอยู่ใกล้ศูนย์เช่นเดียวกับกลุ่มที่ยังคงทำงานเต็มเวลา โดยในบางช่วงเป็นบวกและ บางช่วงเป็นลบ เช่น ในปี 2560 คู่ไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 ผู้มีงานทำชายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 2.44 ชั่วโมง และผู้มีงานทำหญิงอยู่ที่ 2.12 ชั่วโมง ขณะที่ในปี 2563 คู่ไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ - 2.55 ชั่วโมง และ - 2.14 ชั่วโมง ตามลำดับ สะท้อนว่าผู้มีงานทำกลุ่มดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนจำนวนชั่วโมง การทำงานเพียงเล็กน้อยระหว่างไตรมาส 4.5.3 การเปลี่ยนผ่านรูปแบบการทำงานเต็มเวลาและไม่เต็มเวลาของผู้มีงานทำระหว่างไตรมาส จำแนกตามเขตการปกครอง เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการทำงานระหว่างการทำงานเต็มเวลาและไม่เต็มเวลา จำแนกตามเขตการปกครอง พบว่ า ผู้ มี งานทำทั้ งในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลมี รู ปแบบ การเปลี่ยนแปลงที่ใกล้เคียงกัน โดยกลุ่มที่ยังคงทำงานเต็มเวลาในทั้งสองไตรมาส มีการเปลี่ยนแปลงของ จำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยอยู่ใกล้ศูนย์ตลอดช่วงเวลาที่ศึกษา เช่น ในปี 2560 คู่ไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ผู้มีงานทำนอกเขตเทศบาลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 0.33 ชั่วโมง ขณะที่ในเขตเทศบาลอยู่ที่ 0.35 ชั่วโมง และ ในปี 2568 คู่ไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ - 0.13 และ - 0.08 ชั่วโมง ตามลำดับ สะท้อนว่าผู้มีงานทำ ที่ยังคงทำงานเต็มเวลามีจำนวนชั่วโมงการทำงานค่อนข้างคงที่ระหว่างไตรมาสในทั้งสองเขตการปกครอง การเปลี่ยนแปลงของจำนวนชั่วโมงการทำงานตามรูปแบบการทำงานของผู้มีงานทำระหว่างไตรมาส ปี 2559–2568 จำแนกตามเขตการปกครอง ในขณะที่กลุ่มผู้มีงานทำที่เปลี่ยนจากการทำงานเต็มเวลาไปเป็นไม่เต็ม มีการเปลี่ยนแปลงของ จำนวนชั่วโมงการทำงานในทิศทางลบทั้งในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล โดยส่วนใหญ่มีค่าประมาณ - 15

RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==