ความยากจนแฝงของครัวเรือน พ.ศ. 2567
ความยากจนแฝงของครัวเรือน พ.ศ. 2567 9 ครัวเรือนมีสมาชิก 3 คน (มารดา และบุตรวัยเด็ก 2 คน) มีค่าใช้จ่ายครัวเรือน สูงกว่าเส้นความยากจน จึงไม่ถูกนับเป็นครัวเรือนยากจน แต่เนื่องจากมารดาต้องรับผิดชอบ บุตร 2 คนที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต ค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดของครัวเรือนจึงเป็นค่าอาหาร (ค่าใช้จ่ายด้านอาหารสูงกว่าเส้นความยากจนด้านอาหาร) เหลือค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งที่ไม่ใช่ อาหารจำนวนน้อยมาก (ค่าใช้จ่ายด้านที่ไม่ใช่อาหารต่ำกว่าเส้นความยากจนด้านที่ไม่ใช่ อาหาร) บุตร 2 คนจึงต้องใส่เสื้อผ้าที่เก่าโทรม ขาดผ้าห่มในฤดูหนาว และเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ดิจิทัล รวมทั้งอาจไม่ได้รับการศึกษา เนื่องจากไม่มีค่าเดินทางไปโรงเรียน ครัวเรือนนี้ไม่เป็นครัวเรือนยากจนตามเกณฑ์เส้นความยากจน แต่มีความยากจนแฝง ด้านที่ไม่ใช่อาหาร เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายด้านที่ไม่ใช่อาหารต่ำกว่าเส้นความยากจนด้านที่ไม่ใช่ อาหาร (NFPL) กรณีที่ 2ีที่ 2 แม้เส้นความยากจนจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามสถานการณ์ความยากจน ของประเทศ แต่การพิจารณาจากค่าใช้จ่ายรวมเพียงตัวชี้้ัดเดียว อาจไม่สามารถสะท้อน ข้อจำกัดในการดำรงชีวิตของครัวเรือนได้ครบทุกมิติ เนื่องจากครัวเรือนบางส่วนอาจมี ค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่าเส้นความยากจน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการบริโภคอาหารหรือด้านค่าใช้จ่าย ที่จำเป็นอื่น ๆ จึงเป็นที่มาของแนวคิดการศึกษาความยากจนแฝง (Hidden Poverty) ซึ่งช่วยให้สามารถมองเห็นความเปราะบางของครัวเรือนได้ชัดเจนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ดังตัวอย่าง 2 กรณีต่อไปนี้ ครัวเรือนมีสมาชิก 1 คน (นาย ก.) มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเส้นความยากจน จึงไม่ถูกนับ เป็นครัวเรือนยากจน แต่ นาย ก. เป็นคนที่เข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ จึงเป็นค่าเช่าบ้านและค่าเดินทางไปกลับที่ทำงาน (ค่าใช้จ่ายด้านที่ไม่ใช่อาหาร สูงกว่า เส้นความยากจนด้านที่ไม่ใช่อาหาร) นาย ก. จึงเหลือเงินจำนวนน้อยมากสำหรับใช้จ่าย เป็นค่าอาหาร ต้องอดมื้อกินมื้อ (ค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ต่ำกว่าเส้นความยากจนด้านอาหาร) แม้ครัวเรือนของนาย ก. จะไม่ถูกจัดเป็นครัวเรือนยากจนตามเกณฑ์ทางการ แต่ภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยและการเดินทางทีู่่ง ทำให้นาย ก. มีเงินเหลือสำหรับอาหาร ไม่เพียงพอ จึงเข้าข่ายเป็นผู้้ีความยากจนแฝงด้านอาหาร กรณีที่ 1ีที่ 1
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy MTA3NzA0Nw==