NSO ชวนอ่าน
ครัวเรือนที่มีเด็กกับภาระทางการเงิน ที่มากกว่า ครัวเรือนที่ไม่มีเด็ก… สะท้อนถึงการเกิดที่ลดลงในประเทศไทย
3 เมษายน 2568
จำนวนคนเข้าชม 25
| ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566 พบว่า ในประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งสิ้นจำนวน 23,949,871 ครัวเรือนโดยเป็นครัวเรือนที่มีเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปี จำนวน 7,671,958 ครัวเรือน (ร้อยละ 32.0) และครัวเรือนที่ไม่มีเด็กในช่วงอายุดังกล่าวจำนวน 16,277,913 ครัวเรือน (ร้อยละ 68.0) ซึ่งเห็นได้ว่าครัวเรือนส่วนใหญ่ในประเทศไทยเกือบร้อยละ 70 ไม่มีเด็กในครัวเรือน ในขณะเดียวกันสำหรับครัวเรือนที่มีเด็กอายุ 0-17 ปี ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 มีเด็กในครัวเรือนเพียง 1-2 คนเท่านั้น |
|
เมื่อพิจารณาโครงสร้างของครัวเรือน พบว่า ครัวเรือนที่มีเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปี มีจำนวนสมาชิกเฉลี่ยทั้งสิ้น 4.13 คน ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปี เฉลี่ย 1.51 คนหรือมีเด็กประมาณ 2 คนต่อครัวเรือน สมาชิกวัยแรงงาน (18-59 ปี) เฉลี่ย 1.99 คน และสมาชิกวัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) เฉลี่ย 0.63 คน ส่วนครัวเรือนที่ไม่มีเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปี มีจำนวนสมาชิกเฉลี่ยทั้งสิ้น 1.98 คน ประกอบด้วยสมาชิกวัยแรงงาน (18-59 ปี) เฉลี่ย 1.31 คน และสมาชิกวัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) เฉลี่ย 0.67 คน |
แม้ว่าการมีบุตรหรือการมีเด็กในครัวเรือนจะเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความสุขของหลายๆครัวเรือน แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทำให้ครัวเรือนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่มีลูก หรือมีลูกเพียง 1-2 คนต่อครัวเรือนเท่านั้น เพราะมองว่าการเลี้ยงดูเด็กให้เติบโตมาอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในเรื่องของการเงินครัวเรือนที่มีเด็กมักจะมีรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สินมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีเด็ก ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น ค่าการศึกษา ค่าดูแลสุขภาพและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเด็กแต่ละคน แม้ว่ารายได้จะสูงขึ้น แต่ภาระก็มากขึ้น ในหลายกรณีครอบครัวที่มีเด็กมักพยายามหารายได้เพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของบุตร ส่งผลให้พ่อแม่หลายคนต้องทำงานหนักขึ้น หรือต้องทำอาชีพเสริม อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เพิ่มขึ้นของครัวเรือนที่มีเด็กมักจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายและหนี้สินที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
โดยผลการทดสอบ t-test สำหรับการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สินของครัวเรือนที่มีเด็กอายุ 0-17 ปี กับครัวเรือนที่ไม่มีเด็กอายุ 0-17 ปี ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 พบว่าครัวเรือนที่มีเด็กอายุ 0-17 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน และหนี้สินเฉลี่ยสูงกว่าครัวเรือนที่ไม่มีเด็กอายุ 0-17 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
เมื่อพิจารณารายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนที่มีเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปี และครัวเรือนที่ไม่มีเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปี พบว่ารายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนที่มีเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปี (34,435 บาท) สูงกว่าครัวเรือนที่ไม่มีเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปี (26,483 บาท) 1.3 เท่า โดยรายได้ส่วนใหญ่ของครัวเรือนทั้งสองประเภทมาจากรายได้ประจำได้แก่ เงินเดือนและค่าจ้าง กำไรสุทธิจากการทำธุรกิจ และกำไรสุทธิจากการทำเกษตร (ครัวเรือนที่มีเด็กอายุ 0-17 ปี 24,987 บาท, ครัวเรือนที่ไม่มีเด็กอายุ 0-17 ปี 18,334 บาท) ซึ่งครัวเรือนที่มีเด็ก อายุ 0-17 ปี นั้นมีรายได้ประจำสูงกว่าครัวเรือนที่ไม่มีเด็กอายุ 0-17 ปี ถึง 1.4 เท่า
ในขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนและหนี้สินเฉลี่ยของครัวเรือนที่มีเด็กอายุ 0-17 ปีก็สูงกว่าครัวเรือนที่ไม่มีเด็กอายุ 0-17ปี เช่นเดียวกันโดยมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 1.3 เท่า และหนี้สินสูงกว่าถึง 2.0 เท่า
เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนจากสัดส่วนหนี้สินของรายได้ ซึ่งหากมีสัดส่วนที่สูงแสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ได้ในระดับต่ำ พบว่าครัวเรือนที่มีเด็กอายุ0-17ปี (สัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ 8.6) นั้น ยังมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ต่ำกว่าครัวเรือนที่ไม่มีเด็กอายุ 0-17 ปี (สัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ 5.7)
ภาระทางการเงินของครัวเรือนที่มีเด็กอายุ 0-17 ปีที่มากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีเล็กอายุ 0-17 ปี เหล่านี้ สะท้อนถึงการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยในปี 2567 มีจำนวนการเกิด 462,240 คน ลดลงจากปี 2558 (736,352 คน) ถึง 1.6 เท่า
การส่งเสริมให้คนมีลูกเพิ่มขึ้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่การที่ภาครัฐ และสังคมร่วมมือกันในการลดภาระที่ครอบครัวต้องเผชิญสามารถเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ตัดสินใจมีลูกมากขึ้นได้เพื่อลดผลกระทบจากการเป็นสังคมสูงอายุ และการขาดแคลนวัยแรงงานในอนาคตซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
แม้ว่าครัวเรือนที่มีเด็กจะมีภาระทางการเงินสูงกว่าครัวเรือนที่ไม่มีเล็ก แต่ด้วยการวางแผนที่ดี และการใช้ทรัพยากรทางการเงินอย่างชาญฉลาดก็สามารถช่วยให้ครอบครัวที่มีเด็กสามารถรับมือกับภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สุดแล้วการลงทุนในการมีเล็กในครัวเรือนไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทองแต่เป็นการลงทุนอนาคตที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง หากไม่มีมาตรการที่ช่วยลดภาระของพ่อแม่ อัตราการเกิดอาจลดลงต่อเนื่อง และนำไปสู่ปัญหาขาดแคลนแรงงานในอนาคต
มีข้อมูลสถิติให้ผมช่วยค้นหาไหมครับ?
0





หรือ 


